Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

เป็นหนึ่งวันที่กรุงเทพฯ ดูสวยงาม, มองฝนพรำเมื่อยามบ่าย… พร้อมกับจิบ Starbucks Hojicha [ลดครึ่งราคา :)] อยู่ใน The Emporium Suite ~ พอช่วงเย็นๆ ผมก็เดินจากพร้อมพงษ์ไปทองหล่อ

มีนัด Dinner ที่ SeenSpace 13 กับใครคนหนึ่ง…

แต่ระหว่างที่เดินเข้าสุขุมวิท 53, ก็พบกับร้าน “Wine Terrace @ Curries More” ซะก่อน ~

Plan เปลี่ยนหมด, Wine Terrace เป็นห้องกระจกสองชั้นล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่ มีระเบียงรับลมหนาว [?]

เธอที่ผมนัดมาถึงตอนทุ่มตรง,… ชมใหญ่เลยว่าร้านสวยมาก ดู Romantique ยังกะจะขอแต่งงาน ^^) 

 

ชั้นล่างจะมีดนตรีสดเล่น ~ ส่วนชั้นบนจะเป็นห้องกระจกแบบสงบหน่อย, เปิดเพลง Jazz & Bossanova เบาๆ

Free Wi-Fi ทั้งสองชั้นนะครับ ~ และก็มี Happy Hour, 6 – 8 PM สั่ง House Wine ได้ 1 แถม 1

ตัวห้องกระจกชั้นสองจะโปร่งๆ จัดร้านแบบไม่แออัดเหมือนพวกร้าน Wine ง่ายๆ ร้านอื่นอย่างพวก Wine Connection / Wine Me Up / Wine I Love You และพนักงานบริการชั้นเทพฯ

ผมไปถึงก็นั่งรอสาวเจ้า, หยิบ Davinci Code ขึ้นมาอ่าน…

พนักงานเดินมา เปิดน้ำขวดให้ผมขวดนึง, โดยไม่คิดเงินด้วย :D

Menu ของ Wine Terrace เป็นแบบฝรั่งผสมไทย… แต่ที่แปลกคือมี Menu แบบ Swedish เยอะทีเดียว

เช่น Salmon Gravlax, คล้ายๆ Salmon รมควันทานกับขนมปังและ Mustard

 

House Wine ง่ายๆ คนละแก้ว, มีขนมปัง 3 อย่างมาวางพร้อมกับ Salsa และเนย

Soft Roll แบบ Wholegrain อร่อย… แต่ Ciabatta อร่อยมาก !!!

จนต้องถามว่า Ciabatta นี่ทางร้านอบเองรึเปล่า ?

คุณพนักงานก็ดีอีกแล้ว, บอกว่าใช่… ทางร้านอบเอง และยังเอามาเพิ่มให้โต๊ะผมอีกสามก้อน o_O!!!

อาหารของ Wine Terrace นั้น มีทั้งแบบจานเดียว, Pasta / Steak / Salad แบบฝรั่งๆ หน่อย และก็มีทั้งอาหารแบบสั่งเป็นกับ ซึ่งก็จะเป็นพวกไทยๆ เช่นแกงหรือผัดต่างๆ

ราคาก็จานละ 2xx ขึ้นไป ~ แต่ถ้าเป็นกุ้งมังกรตัวใหญ่ๆ ก็อาจจะจานละ 1xxx บาทครับ

ผมไปกันสองคน, สั่งแค่ Salad กับ Pasta มาแบ่งกันพอละ ~ พอเพียง ^^)

Pasta เป็นแบบ Half, ครึ่งนึงคือ White Sauce เห็ดแฮม ส่วนอีกครึ่งเป็นแบบสีเขียวด้วย Broccoli ~

จานนี้มีเรื่องสุดยอดเกิดขึ้น,… คือคุณพนักงานเดินมาถามว่าอาหาร Ok ไหม ?

ผมบอกว่าอร่อยดี แต่ Pasta แอบแข็งไปนิดนึง, เกิน Al Dente ไปหน่อย…

ตรงนี้ผมพูดแค่เชิงบ่นกับตัวเองน่ะครับ… เพราะมันก็อร่อยแล้วจริงๆ

แต่คุณพนักงานไม่แค่นั้น, แกรีบหยิบจาน Pasta ออกไปจากโต๊ะทันที… พร้อมกับบอกว่าไม่ได้ เดี๋ยวผมจะเปลี่ยนจานใหม่ให้ มาแล้วต้องได้อาหารที่ดีที่สุดไป ไม่งั้นเสียชื่อร้านแย่ o_O!!!

ผมบอกว่าไม่เป็นไรๆ ~ แต่เค้าดึงดันจะเปลี่ยนให้ได้… จนผมต้องยอม ^^”

ส่วน Salad นี่ก็อร่อยเกินคาดอีก, Caesar Salad รสต้มยำกุ้งแม่น้ำ o_O?

ทีแรกที่สั่ง, ไม่คาดหวังไรเลย… แต่เอาเข้าจริงมันอร่อยแฮะ

รสเปรี้ยวนิดๆ เผ็ดหน่อยๆ ของต้มยำไทย [Style ฝรั่งๆ] มันตัดความเลี่ยนของ Cheese & น้ำสลัดได้ Perfect มากมาย… มาเจอกับผักสลัดกรอบๆ อีก ทานแล้วทั้งสดชื่น ทั้งเพิ่มความหิวเข้าไปใหญ่ ^^)

สักพัก Pasta ก็กลับมา ~ เราสองคนก็ทานกันไป คุยนั่นโน่นนี่กันไป

ดื่ม Wine คนละแก้วแบบเบาๆ ~

มองจากกระจกห้องชั้นสองออกไป, ไฟดวงกลมๆ หลากสีสลับม่วง… แดง

เป็นบรรยากาศที่อยากจะขอใครสักคนตรงหน้าแต่งงานจริงๆ

ฝนก็ตกโปรยๆ อีกครั้ง…

 

ผ่าน Wine คนละแก้ว, ผมแอบมองดู Menu เบียร์ ~ ที่นี่มี Hoegaarden / Stella Artois / Corona และสิงห์

เธอคนที่มากับผมไม่เคยดื่ม Hoegaarden ครับ

ผมบอกเธอว่าเบียร์ตัวนี้ เค้าเรียกกันว่า “เบียร์เจ้าหญิง” เลยนะ, ด้วยรสชาติของมัน

เราเลยสั่งเบียร์เจ้าหญิงมาแบ่งกันดื่มคนละครึ่ง ~

เบียร์เจ้าหญิง…

4 ทุ่ม, เราก็เดินออกจากร้าน ~ มาปากซอยสุขุมวิท 53 ซึ่งก็ไม่ไกลเลย เดินแค่สัก 3 นาทีถึง BTS แล้ว ต้องบอกว่ามันใกล้ไปหน่อยด้วยซ้ำ ในบางครั้งที่เราอาจจะอยากเดินให้ไกลกว่านี้… :)

ถ้าคนที่นั่งตรงหน้าผม สามารถขอเค้าแต่งงานได้, ผมคงขอไปแล้วจริงๆ นะ ~

ราคาทั้งหมดก็ 13xx บาทได้ ~ เมื่อเทียบกับร้าน Wine ง่ายๆ ร้านอื่นที่กำลัง In สุดๆ ก็ถือว่า Wine Terrace แพงกว่าหน่อย… แต่ผมคิดว่าคุ้มสุดแล้ว ทั้งอาหาร /บริการ / บรรยากาศ

ภาพทั้งหมดถ่ายด้วย LG Optimus 4X, มืดไปนิด แต่ก็ถือว่า OK นะ ถ่ายแล้ววางใจได้ :)

 

Comments are closed.