Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

Wine Bar กำลังเปิดตัวทั่วกรุงเทพฯ, ด้วย Concept แบบง่ายๆ คือไม่ต้องรู้เรื่อง Wine ก็ดื่มได้ ~

ซึ่งผมก็รู้ไม่เยอะ, หรือจริงๆ ก็คือไม่รู้อะไรเลย นอกจากรู้ว่า Wine มันสะกดแบบนี้น่ะครับ – –

เพราะว่าผมเป็นมนุษย์สายเบียร์ ~ ไปดูโรงงานผลิตมาหลายหนแล้ว – -v

พอเริ่มหันมาดื่ม Wine ตาม Trend, ก็เริ่มรู้สึกว่ามันมีอะไรน่าสนใจเยอะเหมือนกัน ~ คล้ายๆ กับโลกของกาแฟที่มี 3 Steps คือการดู การดมและการดื่ม [ผมเคยเข้า Workshop ของ Starbucks มา สนุกมากๆ :D]

สรุปเป็นขั้นตอนการกระแดะเบื้องต้นของผมเพื่อไม่ให้ตัวเองและคนที่ไปด้วยหน้าแตกใน Wine Bar ได้ดังนี้ฯ

ก่อนอื่น… อาจมีคนโลกสวย, เข้ามากัดผมว่า ทำไมต้องกระแดะด้วยรึ ?

คือโลกแห่งความเป็นจริงเนี่ย, การดูดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ซึ่ง Maria Sharapova เคยสอนผมว่า… ถึง She จะตี Tennis ได้แย่ลงๆ แค่ไหน แต่ก็ยังเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการ Tennis ได้ โดยมี Sponsor เข้าเสมอๆ – –

 ผมเองก็ยังชอบดื่มเบียร์มากกว่าดื่ม Wine อยู่ดี แต่ก็คิดว่าโลกของ Wine มันก็น่าศึกษาจริงๆ นั่นละ :)

นี่คือพื้นฐาน 5 ข้อสำหรับใช้เอาตัวรอดใน Wine Bar ของผม…

1. การถือแก้ว Wine ให้จับที่ก้านแก้วแล้วหมุนแก้วบ่อยๆ [จริงๆ การหมุนแก้วมีไว้สำหรับ Wine แดง แต่ Wine อื่นๆ ก็แกว่งๆ ไปเถอะ เพราะนี่คือความรู้พื้นฐาน, ไม่ใช่ความรู้ขั้น Grand Master – -/]

2. ที่หมุน Wine แดงก็เพื่อให้มันโดนอากาศ และก็เพื่อดูน้ำหนักของเนื้อ Wine ด้วย [หมุนๆ แต่ดูไม่ออกก็ไม่เป็นไร] 

3. Wine มี 2 โลกคือโลกใหม่ [Chile / USA / Aus / etc] และโลกเก่า [Fr / Spain / Italy / Germany] 

4. Wine ขาวดื่มแบบแช่เย็น ส่วน Wine แดงดื่มที่อุณหภูมิห้อง [ของฝรั่ง] ดังนั้นที่เมืองนอก อาจดื่ม Wine แดงแบบไม่แช่เย็น, แต่ที่นี่เมืองไทย… เราดื่มเบียร์ก็ใส่น้ำแข็ง แม้ฝรั่งจะว่าบ้า แต่ก็ดีกว่าดื่มเบียร์เดือดๆ แน่ๆ – –

5. ถ้าไม่รู้อะไร, ให้ Chef หรือ Sommelier เลือกให้… [Technique เฉพาะตัว ใช้ได้ทั่วโลก – -v]

จบครับ…

ผมว่ารู้แค่นี้พอ, เพราะเบียร์ก็ไม่ต้องรู้มากกว่านี้หรอก… สำหรับการ Enjoy ในบางสิ่ง

[ถึงไม่รู้ว่าเบียร์ Bavaria มันมาจาก Netherlands ทั้งที่มันเป็นชื่อแคว้นใน Germany, ผมก็ไม่กลิ้งคุณออกจากโต๊ะ]

ถ้าสำหรับใครที่อยากเป็น Grand Master ก็อีกเรื่อง ~

 

แต่บางทีมันก็ไม่ใช่การกระแดะหรอกครับ, ผมมองว่ามันเป็นการทำให้คนร่วมโต๊ะไม่หน้าแตก…

และการที่เรารู้อะไร “นิดนึง” มันก็เป็นการสร้าง 1st Impression ได้เสมอ ~

  ซึ่งสิ่งที่ต้องรู้เนี่ย, ไม่ต้องเยอะ…

อย่างเช่นเวลาผมไปดื่มเบียร์กับสาวที่เพิ่งรู้จัก, ผมก็จะบอกว่า “Hoegaarden เนี่ย ที่ Belgium เค้าเรียกว่าเบียร์เจ้าหญิง ~” และแน่นอนว่าสุดท้าย She ต้องสั่งมันแน่นอน [ก่อนจะเมากลิ้งกลับบ้านแบบ Cinderella]

คล้ายๆ กับการที่ผมบอกว่า “รู้ไหม, จอ iPhone 4S เนี่ย คนผลิตคือ LG นะ !”

ทุกคนในโต๊ะจะ “จริงเหรอ ~ ?” กลับมา :)

แต่ถ้าเมื่อไรที่คุณ “IPS NOVA มีความสว่าง 700 Nits การไล่ Panel เมื่อเทียบกับจอ AMOLED จะ Blah Blah…”

คนที่ฟังคุณก็จะน้อยลงๆ และในโต๊ะก็จะหาทางเปลี่ยน Topic… นั่นเป็นสิ่งที่คุณจะคุยก็ต่อเมื่อร่วมโต๊ะกับ Nerd & Geek เท่านั้น [เรื่องเบียร์ก็เหมือนกัน ใครจะอยากรู้เรื่อง Process การหมัก Hops ที่อุณหภูมิเท่าไร – -]

5 ข้อ, คือสิ่งที่ผมรู้ตอนนี้ ~ และใช้มันเอาชีวิตรอดอยู่ ตั้งแต่ Wine Bar ในโรงแรมยัน Wine Connection – -v