Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

นอกจาก Uomasa แล้ว, ก็มี Nagiya นี่ละที่ผมไปทานแบบสองวันติดๆ ได้ ~

วันก่อนโน้น, ผมไปหม่ำ Nagiya กับคุณแม่ และก็ไป Post ภาพใน Facebook ของเพื่อนๆ ตอนบ่ายของเมื่อวาน

ทุ่มตรง, ก็เกิดการนัดกันแบบงงๆ มั่วๆ ลอยๆ ~ รู้ตัวอีกทีก็ไปต่อคิวอยู่หน้า Nagiya @ Nihonmura อีกแล้ว – –

 เดินเข้าร้าน, คุณพนักงานก็ทักว่า “อ้าว เมื่อวานเพิ่งมานี่คะ” [จำผมได้ด้วยเหรอเนี่ย o_O!!!]

เมื่อคืนได้ลองสั่งอะไรเพิ่มอีกหลายอย่าง, เหล้าสาเกใส่ครีบปลาปักเป้าย่าง… แต่ที่สนุกสุดๆ ก็คือได้รวมโต๊ะกับหนึ่งหนุ่มและห้าสาวชาวญี่ปุ่นโต๊ะข้างๆ ด้วยการคุยเรื่องเบียร์สิงห์และเบียร์ Asahi ^^)

 

 โต๊ะผมเป็นตัวแทนประเทศไทยครับ, สั่งเบียร์สิงห์มาเลี้ยงสาวโต๊ะข้างๆ สองขวด พร้อมรินแจกให้ด้วย – -v

 คนญี่ปุ่นเค้าชอบเบียร์สิงห์ของไทยมากจริงๆ นะ ~ แต่เค้าจะเรียกว่า Sing – Ha – Bee – Ru :D

ไปๆ มาๆ จากนั่งโต๊ะติดกัน, ก็กลายเป็นโต๊ะเดียว ^^)

ที่ Nagiya เนี่ย, ลูกค้าญี่ปุ่นเยอะจริงๆ และผมรู้สึกว่ายิ่งดึกก็จะยิ่งมีญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นๆ ส่วนคนไทยมักจะมาช่วงหัวค่ำจนถึงสักประมาณ 3 – 4 ทุ่ม แล้วก็ออกไปดื่มต่อที่อื่นในทองหล่อซะมากกว่า

ทีแรกตั้งใจว่าไปเจอกันตอนทุ่มตรง, จะกลับสัก 4 ทุ่ม ก็เลยขับรถไป ~

สุดท้ายกลับตอนตี 2 ครึ่ง… เป็นสองโต๊ะสุดท้ายในร้านที่กลิ้งออกมาพร้อมกัน – -*

ผมมีแลกเบอร์กับ Yuki Chan เอาไว้ด้วย ~ บอกเค้าว่าผมอยากเรียนภาษาญี่ปุ่น, มาเป็น Sensei ผมเถอะ – -/

 ด้วยความที่โต๊ะผมก็พูดญี่ปุ่นไม่ได้,… มีผมที่มั่วได้ [Skill ภาษาขั้นสูงสำหรับการ Backpack – -v]

ส่วนคุณญี่ปุ่นทั้ง 6 ก็พูดไทยได้แบบ… นิหน่อยค่า ~

และก็เพราะใน Nagiya เหลือกันแค่สองโต๊ะ…

เราเลยเริ่มร้องเพลงกันครับ, เป็นเพลงสมัยโบราณที่ทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นร้องกันได้เช่นเพลง Doraemon และหน้ากากเสือ… แถมทั้งโต๊ะไทย โต๊ะญี่ปุ่นยังลุกขึ้นมาเต้นด้วยกันอีกต่างหาก – -*

เวลามีเบียร์ดีๆ นี่มันไม่เกี่ยงสัญชาติจริงๆ ~ ตอนไปญี่ปุ่นรอบล่าสุดก็แบบนี้เป๊ะเลย ที่ร้านแถว Ginza – –

กลับมา Review เรื่องของกินเพิ่มเติมนิดนึงดีกว่า ~

ใครยังไม่ได้อ่าน Nagiya Part 1, Click ภาพแรกไปอ่านก่อนได้… เป็นหนึ่งใน Izakaya ที่กินแล้วแสงพุ่ง *O*

นี่คือที่ผมดื่มเมื่อคืน, นอกจากเบียร์สด Asahi…

มันคือเหล้าสาเกร้อนใส่ครีบปลาปักเป้าย่างไฟ o_O!!!

 สุดยอด… ซดเข้าไปอึกเดียว เหมือนไฟลุกผ่านลำคอไปจนถึงพุงเลยครับ *O*

มันละเมียดละไมจริงๆ นะ ~ สังเกตว่าถ้วยสาเกเค้าก็มีลายปลาปักเป้าข้างๆ และถ้าใครอ่านภาษาญี่ปุ่นออกละก็, ฝามันเขียนว่า “Hire Sake” ที่เป็นชื่อ Menu เครื่องดื่มตัวนี้นี่เอง… เรียกว่าทำมาโดยเฉพาะ ;)

คุณพนักงานเค้าจะยกถ้วยสาเกนี้มาวางที่โต๊ะแล้วก็จุดไฟเผาครีบปลาปักเป้าที่ลอยอยู่ในถ้วย…

แล้วก็ซดได้เลย – -/

กลิ่นของครีบปลาที่เกรียมนิดๆ ทำให้สาเกหอมมาก ~ ถ้วยนี้ก็ 220 บาทครับผม :)

อีกหนึ่ง Menu แนะนำของ Nagiya ที่คราวก่อนไม่กล้าสั่ง… [แต่เมื่อคืนดื่มเข้าไปเยอะ ^^”] คือ “Tori Yukke”

คือไก่ดิบแล่บางๆ แล้วราดด้วยซอสกับไข่…

มาแบบดิบๆ ทั้งจาน, ทั้งไก่และไข่… ถ้าไม่ดื่มเข้าไปเยอะก็คงไม่กล้ากินจริงๆ แฮะ

แต่พอตะเกียบคีบใส่ปากเท่านั้นละ, แสงพุ่งอีกแล้ว *O*

เนื้อไก่แล่มาบางๆ นุ่มมาก ~ ไม่มีกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นสาปเลย และก็ยังราดซอสที่ออกเค็มๆ เข้มข้นสุดๆ มาด้วย แถมไข่ไก่ดิบที่โปะอยู่ข้างบนก็เพิ่มความมัน ความกลมกล่อมลงตัวอีกต่างหาก ไปงวดหน้าสั่งอีกแน่ ^^)

ต่อด้วยหม้อไฟ Motsu Nabe ที่เขียนถึงไปแล้วเมื่อคืน… กับข้าวม้วนปลาไหลทะเล [Anago Roll]

ข้าวปั้นมาดี, ไม่อัดแน่นและไม่เละ ~ ราดซอสหอมๆ ออกหวานๆ เข้ากับปลาไหลดีจัง :D

ภาพทั้งหมดใน Nagiya ก็ยังคงถ่ายด้วย LG Optimus 4X ~ มี Anago Roll ที่ผมถ่ายออกมาแล้วตกใจ, คงเพราะไฟสีม่วงของหม้อ Motsu Nabe… ดูแล้วยังกะปาฏิหาริย์เทพเจ้าแห่งหม้อไฟมาจุติ :D

 Blog หน้าเดี๋ยวจะชวน Sensei คนใหม่ของผมไปทานร้านอื่นบ้าง, แล้วจะมาสอนภาษาญี่ปุ่นประจำวันให้ด้วย ;)