Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

ผมไม่นั่ง Mc Donald’s อยู่แล้ว ~ ไม่มีปัญหา :P

ส่วน Starbucks [Blog นี้นั่งเขียนที่ Starbucks :D], ผมก็นั่งเฉพาะสาขาที่โต๊ะไม่เคยเต็ม เช่นทองหล่อ – -v

ตะกี้ มีคนใน Facebook ผม เค้า Share กระทู้ที่ Mc Donald’s Thailand มาตั้งใน Webboard เกี่ยวกับอาหารการกิน, ว่าด้วยการจัดการพวกที่นั่งแช่… จนลูกค้าใหม่เข้ามา หาที่นั่งไม่ได้

บางข้อก็น่าสนใจและผมเห็นด้วย แต่บางข้อผมก็ไม่เห็นด้วยเลยแบบเต็มๆ

นโยบายที่ Mc Donald’s เขียนเอาไว้ก็คือ…

1. ห้ามใช้สอนหนังสือ รวมกลุ่มทำงานหรือสัมภาษณ์งานนานเกิน 1 ชั่วโมง, และห้ามดึงโต๊ะไปรวมกันเองด้วย 

2. ห้ามวางของจอง ไม่งั้น Mc Donald’s จะยึดซะ – -/

3. ถ้าต้องการเสียบปลั๊กไฟ, ห้ามใช้งานเกิน 30 นาที

4. ห้ามนำอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ มาต่อเองเช่น Printer [อันนี้มีจริงๆ เรอะ o_O!!!]

5. กรุณาสั่งอาหารอย่างน้อยก็เท่ากับจำนวนคนนั่ง และห้ามนำอาหารจากร้านอื่นเข้ามากิน

6. ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าร้านด้วย

ส่วนนึงมันดูเป็นเรื่องของมารยาทสังคมนะครับ แต่อีกส่วนนึง, ผมว่า Mc Donald’s Thailand กำลังหาทางโยนความรับผิดชอบมากองไว้ที่ลูกค้าแบบเงียบๆ ทั้งที่มันเป็นปัญหาของ Mc Donald’s เอง  

 

Starbucks ในไทยนั้นเป็น Brand ตลาดบน

ส่วน Mc Donald’s เป็น Brand ตลาดล่างถึงกลาง

แต่จริงๆ แล้วที่ US / UK หรือ Singapore & Japan, 2 Brands นี้อยู่ในตลาดใกล้ๆ กันคือกลุ่มชนชั้นกลาง

เพียงแค่ Starbucks Thailand ยืนยันขายราคาเท่าตลาดโลก, มันก็เลยดูแพงเมื่อเทียบกับค่าแรงไทย ~ กลายเป็น Brand กาแฟตลาดบนไปอย่างสวยงาม ฟัน Margin กันกระจายเลยทีเดียว [แต่ก็ยังกิน – -]

ส่วน Mc Donald’s เลือกจะมาเป็น Brand รากหญ้า, ขาย Burger อันละไม่ถึงปอนด์ตั้งแต่ต้น

ต่อมา Mc Donald’s USA ดันอยากจะขยับขึ้นมากิน Segment เดียวกับ Starbucks บ้าง

ออก Mc Cafe มาในอารมณ์เดียวกับ Starbucks, มีปลั๊กไฟและ Free Wi – Fi

 

คือ Mc Donald’s เกิดอยากจะบอกว่าเราไม่ได้เป็น Fast Food ขายอาหารขยะนะ,

เราอยากขาย “Experience” แบบเดียวกับที่ Starbucks ขายกาแฟ  

แต่ Mc Donald’s Thailand ยังคงขาย Burger อันละไม่ถึงปอนด์อยู่…

คือ Target ของลูกค้าที่ USA / UK /Singapore / Japan ของ Starbucks & Mc Donalds มันไม่ต่างกันมาก

แต่ในไทยมันวาง Segment มาคนละ Target เลยน่ะครับ – –

Starbucks ในไทยนั้น ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าสาขาใหม่ๆ มักจะเอาโต๊ะยาวสูงๆ มาลงไว้กลางร้าน พร้อมเดินปลั๊กไฟไว้ใต้โต๊ะ 4 – 8 อันเลย เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามานั่งเปิด Laptop ทำงานนั่งตรงนี้ [ผมนั่งประจำ :)]

เป็นการประหยัดพื้นที่แบบเงียบๆ เพราะลูกค้าแบบนี้ไม่ได้ต้องการโต๊ะใหญ่ๆ, ขอแค่เก้าอี้กับปลั๊กไฟก็พอ

 

[Starbucks @ UK มีตะขอเกี่ยวกระเป๋าอยู่ใต้โต๊ะครับ เพื่อลดการใช้เก้าอี้ :P]

ถ้ามองแบบตื้นๆ หน่อย, ก็พอจะคิดได้ว่าค่าปลั๊ก ค่าไฟ [รวมทั้งค่านั่งแช่ ทำให้ลูกค้าใหม่เข้ามาหมุนไม่ได้] ใน Starbucks นั้น ถูกคิดเหมารวมไปกับค่ากาแฟสุดแพงแก้วละ 150 บาทแล้ว

ในขณะที่ Mc Donald’s ขาย Burger แค่อันละ 30 บาท… 

แต่ก็เป็นตัว Mc Donald’s เองนั่นละครับที่อยากจะทำ Feeling ของร้านแบบ Starbucks

ผลก็คือลูกค้าท่วม ~ นั่งแช่ในราคาเบาสบายกระเป๋ากว่า Starbucks เยอะเลย เอาซอสมะเขือมาเทเล่นก็ยังได้ – -*

ช่วงแรกๆ ของการปรับ Design & แนวคิดใหม่, ลูกค้าก็เข้า Mc Donald’s กันซะเพียบสิ

จนวันนึงที่ลูกค้าเข้ามานั่งแช่มากเกินไป [ด้วยการ Spoil ลูกค้าของ Mc Donald’s เอง]

 ในที่สุด Mc Donald’s ก็ออกมาประกาศว่า จากนี้เราพร้อมจะไล่คุณแล้ว :P

 ทั้งนี้เป็นแค่ความเห็นส่วนตัว… แน่นอนว่าผมไม่เห็นด้วยกับพวกนั่งแช่ แต่ผมคิดว่าส่วนนึงมันก็คือสิ่งที่ Mc Donald’s เลือกเอง, นี่เป็นการแอบโยนภาระแบบเนียนๆ ที่ฉลาดมากๆ เพราะไม่มีใครรู้ตัวเลย ทุกคนล้วนดีใจ :P 

 

แถม, มาดูการด่าคนนั่งแช่ที่ Starbucks จาก Japan / US / Singapore กันบ้างดีกว่า > Click :P

 

Comments are closed.