Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

Jinro Soju [จินโรโซจู], เหล้าขาวที่มียอดขายสูงเป็นอันดับ 1 ของโลกจากเกาหลี กับ Backpacker ชื่อคุณ Cookie และหนุ่มญี่ปุ่นที่ชื่อ “Goki” ซึ่งจะต้องบินกลับประเทศเช้าวันรุ่งขึ้น…

สามสิ่งที่ลงตัว สู้ลมหนาว 15 c กลางใจ Seoul, 

สู่ร้านอาหารรถเข็นข้างถนนตอนตี 1 บนถนน Jongno 3 Ga

ทีแรกน่าจะมี Alice & Jef ด้วย แต่ฝรั่ง 2 คนนี้ชิงสลบไปก่อนด้วย Jinro ที่ผมซื้อติดตู้เย็น Hostel ช่วงบ่าย ^^”

 Jinro Soju ครึ่งขวดที่เหลือคงไม่พอ, ว่าแล้วก็ขอแวะ 7 – Eleven หาอะไรมาดื่มเพิ่มอีกสักหน่อย :)  

Jinro [จินโร] ที่เกาหลีนี่จะเป็นแบบ “Chamisul” , มี Alcohol 19%

ส่วน Jinro ในไทยเราจะมี 2 แบบ คือ Chamisul ขวดเล็กและแบบขวดใหญ่ที่มี Alch 24%

 ที่ต้องแวะซื้อเหล้าเพิ่มใน 7 – Eleven ก็เพราะไม่แน่ใจว่าในร้านแผงลอยเค้ามีขาย Soju รึเปล่า, เนื่องจากร้านอาหารข้างทางแต่ละร้านเล็กมากๆ เหมือนกระท่อมเก่าๆ มีตู้แช่ของสดกว้างสักแค่ 2 ฟุต กับที่นั่งหน้าตู้ 2 – 3 ที่

บางร้านก็มีเอาโต๊ะเหล็กพับๆ มากางเพิ่มอีก 2 – 3 ตัวแค่นั้นเอง

[แต่ผมว่าการ Backpack ไปประเทศไหน, มันก็ต้องกิน Street Food แบบ Local ของเค้านี่ละ – -/]

คุณ Goki กับผมก็ตรงไปหาป้าเจ้าของร้าน แล้วเฮียแกก็ตรงไปชี้ๆ ที่ตู้  

“เอากุ้ง เอาปลาหมึกแล้วก็ผัดๆ นะ [ทำมือเหมือนสะบัดกระทะ :D]” แล้วก็กลับมานั่งรอกันที่โต๊ะด้วยความลุ้น

เต็มโต๊ะ แต่ก็น่าทานใช่ไหมละ ^^)

คุณ Goki นี่ไม่ใช่กระจอก, อายุ 24 แต่ได้ทุนไปฝึกงานที่สถานฑูตญี่ปุ่นใน Spain ก่อนจะกลับมาเรียนต่อปี 4 ที่บ้านเกิด จึงพูดได้ทั้งญี่ปุ่น / อังกฤษ แถมด้วย Spanish o_O!!!

ประสบการณ์การลุยข้ามประเทศถือว่าเต็มที่ยิ่งกว่าผม ~

Roommate ผมเมื่อวานนี่ Amazing ทั้งนั้น, มีเด็ก High School เยอรมันที่หนีออกจากบ้านไปปีนเขา ตั้ง Camp ในป่าที่ Aus หนึ่งปี แล้วก็แวะเกาหลีก่อนกลับ ส่วนอีกคนเป็นหนุ่ม French แต่ทำงานใน Shanghai ;)

กลับมาที่อาหาร, จริงๆ มีแค่ปลาหมึกต้มเค็มหน่อยๆ เหมาะกับการทานแกล้ม Jinro Soju มาก

กับกุ้งผัดเกลือ ที่คุณป้าแกทำมาดีจริงๆ, เปลือกข้างนอกกรอบนิดๆ เหมือนกิน Snack กรุบๆ รสทะเล :D

ส่วนผักดองและ Soup เต้าหู้นี่, คุณป้าเจ้าของร้านแกสงสารเลยให้มาฟรี ~

พอถามเรื่อง Soju ดู, ที่ร้านก็บอก [ด้วยภาษามือ + ภาษาเกาหลี] ว่า มีๆ

ก็เลยไม่ได้กินขวดที่ติดมือมา แต่เอาขวดใหม่ที่ร้านอีกหนึ่ง, ซึ่งก็เป็น Jinro Chamisul เหมือนกัน ;)

นั่งกินกุ้งกรอบคั่วเกลือไปพลาง คุยนั่นโน่นนี่ไปพลาง เรื่องญี่ปุ่นบ้าง ไทยบ้าง เกาหลีบ้าง, ได้ความว่า Goki ยังไม่เคยมาเที่ยวบ้านเรา และทีแรกเค้าตกใจที่ผมบอกว่ามาจากไทย เพราะผมต่างจากคนไทยในมุมมองคนญี่ปุ่นมาก o_O!!!

เค้าบอกว่าคนไทยต้องตัวดำๆ คิ้วเข้มๆ ผมหยิกๆ ไม่ใช่เหรอ o_O?

ผมก็บอกเค้าว่าจริง, เวลาเห็นตัวละครไทยในการ์ตูนญี่ปุ่นทีไร ก็มีแต่ตัวดำๆ ทำหน้ายิ้มแบบโง่ๆ ทุกที – -*

และอยู่ๆ คุณป้าเจ้าของร้านก็ปรากฏตัวพร้อมไข่เจียว Ham ในมือ, พูดว่า Sabisu Sabisu ~

 ก็คือ “Service” นั่นเอง, แปลว่าจานนี้ยกให้ฟรี ^^/

ผมกับคุณ Goki ที่อยู่ในสภาพหมด Jinro Soju ไปหนึ่งขวด, ก็รับมาด้วยความเต็มใจ ^^”

และก็ไม่ผิดหวัง, ไข่เจียวหนาๆ ตรงกลางนุ่มๆ มีเนื้อ Ham หั่นสี่เหลี่ยมเล็กๆ อยู่ข้างใน ~

สักพักคุณป้าแกก็มาอีกพร้อมปลาไข่ Shishamo ชุบไข่ทอดกรอบๆ อีกจาน o_O!!!

 “จินโรโซจูคู่ปลาไข่”, Cookie VS Goki ก็นั่งดื่มนั่งกินกันไปถึงตีสามกว่าๆ ~

แปลกอย่างคือผมมักจะคุยง่ายกับคนญี่ปุ่น, นอกจากคุณ Goki แล้วก็มี Mika จังอีกคนนึงซึ่งเป็นสาวน้อยน่ารักชาวเกาหลีที่ไปเกิดและโตที่ญี่ปุ่น แต่ตอนนี้จะกลับมาเรียนต่อที่เกาหลี เลยมาลองพักที่ Hostel ดู :)

คงเพราะผมพูดญี่ปุ่นได้นิดหน่อย, บินไปญี่ปุ่นบ่อยและก็ชอบญี่ปุ่นมากๆ จากใจจริง

[ภาพนี้ชี้ทางไปห้องน้ำครับ, เป็นตู้พลาสติกเล็กๆ อยู่ตรงแยก Jongno 3 Ga]

ก็เป็นเรื่องที่สนุกดี, ได้นั่งคุยภาษาอังกฤษกับคนญี่ปุ่น ตอนดื่ม Soju อยู่ที่เกาหลี ~

คาดว่าเดี๋ยวคืนนี้ น่าจะได้ไปดื่ม Jinro กับสาวอังกฤษและหนุ่ม Aus ต่อ, ถ้าเค้าไม่เบี้ยวผมน่ะนะ :)

ที่เกาหลีนี่, Soju ถือเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตของพวกเค้า

คงเพราะว่าอากาศมันหนาวและทุกคน พอเลิกงาน, ก็มักจะมาล้อมเตาปิ้งย่าง ดื่ม Jinro กันเป็นขวดๆ ทั้งผู้ชายและผู้หญิง [สาวเกาหลีก็ดื่มกันนะครับ เห็นใน Series เกาหลีบ่อยๆ มันดื่มแล้วไม่อ้วนด้วย :)]

ส่วนในไทย, คงต้องหาดื่มตามร้านอาหารเกาหลีแท้ๆ แถวทองหล่อเอกมัย

แต่ที่นี่แค่ร้านป้าแกคนนี้ก็มีแล้ว ^^)

 ราคาอาหารข้างทางรวม Jinro Chamisul ด้วยก็ 30000 วอนหรือราวๆ 8 ร้อยบาทไทย, ผมก็เลยเลี้ยงคุณ Goki ไป แล้วบอกเค้าว่าวันหลัง ค่อยเลี้ยงผมคืนที่ญี่ปุ่นก็แล้วกัน :)

ไม่มีพรมแดนใดกั้น, ในวันที่อากาศหนาวด้วยเหล้าขาวเกาหลีที่ชื่อ Jinro ครับ ~