Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

ถ้าพูดถึง “ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในทองหล่อและในกรุงเทพฯ”, หลายคนบอกว่า Maru คือคำตอบสุดท้าย…

ซึ่งผมก็ว่าจริง, ผมชอบ “Maru Kaiseki” ที่สุด รองมาก็เป็น Tensui [ส่วนพวกร้านเกิดใหม่อย่าง Honmono / Tenyuu / Mugendai นี่ผมว่ายังห่างไกลจาก Maru มากเลย แต่ราคาแทบไม่ต่างกัน – -]

แต่เวลามา Maru, แนะนำว่าให้นั่งหน้า Sushi Bar แล้วสั่งสั่ง “Omakase”

แปลว่าวันนั้นมีปลาอะไรดีหรือ Chef มีอะไรอยากปั้นก็จัดมาเลย !!!

และคืนนี้ผมก็มี Jinro [จินโร], Soju จากเกาหลีที่ขายดีในญี่ปุ่นติดมาด้วยขวดนึง ^^)

 

 นอกจาก Sashimi & Sushi, Maru ก็มีอาหารญี่ปุ่นแบบเดียวกับร้านทั่วๆ ไปในทองหล่อ ~

และก็มี Dinner Set สุดยอดคุ้มค่า ราคา 500 บาท, มีชาเขียวเติมได้ + เบียร์สดสิงห์ในชุดด้วย แถมอาหารก็เป็นแบบ “Kaiseki” ครบตามหลักอาหารญี่ปุ่น ทั้งของย่าง ของดอง ของทอด ของดิบ สมบูรณ์แบบมาก o_O!!!

บางที เวลาผมเดินต๊อกแต๊กๆ อยู่คนเดียวในทองหล่อ, ก็จะแวะไปหม่ำชุด Dinner สุดคุ้มนี่ละ

[ส่วนชุดกลางวันสุดคุ้มต้อง Uomasa @ Nihonmura ทองหล่อ 13 ;)]

เมื่อเข้ามา Maru, อย่างที่บอกครับว่าแนะนำให้นั่งหน้า Chef แล้ว “Omakase”

Chef ก็จะถามว่ามีเครื่อง Sushi อะไรที่ไม่ชอบหรือทานไม่ได้บ้างรึเปล่า ?

ผมก็บอกว่า Seafood ทานได้หมด, ไม่ทานแค่เนื้อวัว [เผื่อจะมีเนื้อ Matsusaka ครับ :P]

คุณ Chef ก็จะปั้น Sushi ส่งให้เราทีละคำ, ไล่จากปลาเนื้ออ่อนสีขาว ไปเป็นปลาเนื้อแดงเข้มข้นหรืออื่นๆ

แต่ถ้าเราจะให้เค้าปั้นมาทีเดียวหมดก็ได้, อย่างผมคืนนี้ไปกันสองคน ก็เลยให้ปั้นมาทีเดียว แบ่งกันทาน ~ จากนั้น ถ้าเราอยากได้ Sushi หน้าอะไรก็ค่อยสั่งเพิ่มเป็นคำๆ ไป

บนโต๊ะจะมี Sushi Menu ติดเอาไว้อยู่แล้วพร้อมราคา :)

แต่เป็นภาษาญี่ปุ่นนะครับ [ภาษาอังกฤษมีแต่เสียงอ่าน ไม่มีคำแปล ^^”]

นี่เป็นราคาต่อหนึ่งคำ, แต่เครื่อง Sushi ของ Maru นั้นถือว่าครบกว่าร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยส่วนใหญ่มากๆ

Kohada / Sujiko [ไข่ปลาแบบสด] / Uni / Geso [หนวดปลาหมึก] / Sayori ทุกอย่างมีพร้อม ~

[วันก่อน ผมไป Tenyuu Grand, สั่ง Kohada & Geso ก็ไม่มี เค้าบอกว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนไทย ไม่กินพวกนี้ :(]

 

โฉมหน้า Sushi Chef, คนซ้ายมาจาก Osaka ครับ ~ วันนี้แกดูสงบมาก

คราวก่อน ผมก็มาสั่ง Omakase ที่ Maru นี่ละ, แต่แกกินสาเกไปแล่ปลาไป ~ สักพักก็ชวนคุยแบบไทย – อังกฤษ – ญี่ปุ่น แล้วแกก็ควงมีดฟิ้วๆ ผ่านหัวผมไปมา นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว – -*

ระหว่างหม่ำ Sushi ก็สั่ง Tempura รวมมาอีกชุด ~

กุ้งอร่อยและแป้งก็เบาเหมือนละอองเมฆเลยทีเดียว ~ ไม่หนืดๆ หนักๆ หนาๆ เป็นก้อนๆ – -/

แล้วก็สั่ง Sushi เพิ่มเป็นคำๆ อีกนิดหน่อย, ผมชอบ Sayori กับปู Zuwai Kani มากเลย ^^)

Sayori นี่หาทานไม่ค่อยได้, ปรุงรสมาให้เสร็จสรรพ เนื้อกรุบๆ สดชื่นๆ ~

ส่วนเบียร์สดที่ขายดีสุดของ Maru นั้นหรือ… ก็คือสิงห์ครับ, พวกผู้บริหารญี่ปุ่นชอบมากนะ – -+

 

ของแกล้มอีกนิด, ทางร้านยกมาให้ฟรีครับ ~

ระหว่างดืมเบียร์สิงห์และ Jinro Chamisul, เฮียคนที่ไปด้วยเค้าก็อยากลองเหล้าบ๊วย ~ ลองถามทาง Maru ดู ได้ความว่าที่นี่เค้าหมักเหล้าบ๊วยสูตรเฉพาะของร้านเองด้วย o_O!!!

คุณพนักงานก็ไปเทมาให้ชิมในแก้ว Shot เล็กๆ, ทั้งกลิ่นและรสเข้มข้นมาก ~

เหนือกว่าพวก Choya หรือ Brand เหล้าบ๊วยอื่นๆ ที่ขายเป็นขวดๆ แบบเทียบกันไม่ได้เลย o_O?

สุดท้ายก็เลยเอาเหล้าบ๊วยมาดื่มต่อกันแบบ On the Rock, มาในแก้วทรงสูงเชียว :D

อิ่ม ~ คิดเงินออกมารวมก็ 6xxx บาทได้… แพงเนอะครับ ^^”

เห็นเค้าลือกันว่าทุก Week, คุณ Chef ใหญ่เค้าจะบินไปเลือกปลาเองที่ตลาด Tsukiji… ไม่รู้จริงรึเปล่า

 Maru เปิดทุกวันตั้งแต่ 5 PM ถึงเที่ยงคืน, ร้านอยู่ทองหล่อซอย 3 ~ ถ้าเข้าจากฝั่งสุขุมวิทก็มองซ้ายเอาไว้ หากเห็น Starbucks & Tops ด้านขวาก็แปลว่าเลยแล้วครับ ^^”

ส่วนมากเดิน Walk in เข้ามาได้เลย ไม่ต้องจอง

ยกเว้นถ้าอยากจะนั่งตรง Sushi Bar, สั่ง Omakase แบบผม ก็แนะนำให้จองก่อนดีกว่า

Menu อาหารทั่วไป ไม่ได้แพงมากนัก, หัวละพันนึงก็ทานได้

ยกเว้นพวก Sushi ที่ใช้ปลาบางชนิด อาจจะตกคำละ 500 บาท, แต่ก็มีเขียนราคาไว้ชัดเจนนะครับ ~

ที่สำคัญคือบริการที่ Maru นั้นดีเยี่ยม, เอาไว้เป็นเกรดต้อนรับผู้บริหารญี่ปุ่นได้สบายๆ

[เป็นจุดหนึ่งที่ Maru & Tensui เหนือกว่าพวกร้าน Sushi แพงๆ เกิดใหม่ที่เน้นขายคนไทยมากมาย]

ภาพเกือบทั้งหมดถ่ายด้วย iPhone 5 เครื่องส่วนตัวผมเอง ~ จริงๆ มีใช้ Galaxy Note 2 ถ่ายภาพ Sushi ด้วย แต่ไฟใน Maru มันมืดมาก… ถ่ายออกมาเละทุกรูป เลยไม่ลงดีกว่า มีพอไหวภาพเดียวคือป้ายหน้าร้าน – -*

 ใครอ่านจบแล้ว Comment, เดี๋ยวแบ่ง Sushi ให้คำนึง ~ เลือกจากจานได้เลยจ้า ^^)