กลับมาจาก Shizuoka ครั้งนี้, คุณ Cookie the Backpacker ที่หนีเมืองไทยแวบไปแวบมานั่นโน่นนี่บ่อยๆ ก็ถูกคุณแม่ล็อคตัวแล้วถามว่า “วันเกิดมะม้าปีนี้ เราไปหาอาหารญี่ปุ่นร้านใหม่ๆ ทานกันดีไหมเอ่ย ~”

ปรกติเวลาที่ผมอยากทานอาหารญี่ปุ่นดีๆ แบบญี่ปุ่นจริงๆ, ไม่ใช่แนว Fusion ก็มักจะไป Maru Kaiseki ทองหล่อ

[แต่ตอนนี้มีร้าน Kaiseki ที่ผมว่าเหนือกว่า Maru หนึ่งขั้น, คือ Kitaohji Kaiseki ที่เปิดสาขามาจาก Ginza :)]

ทว่า วันนี้อยากลองทานร้านใหม่ๆ ในแบบสบายๆ

จำได้ว่าคราวก่อน, ตอนผ่านหน้า “Kagonoya” ที่ Marketplace ทองหล่อ มันมี “ชุดกลางวัน” แบบจัด Set เองได้ !

kagonoya-review-lunch-set-tempura-sushi-side-dish-matcha-green-tea-iphone-6

ซึ่งมันก็คือ “Value Set 280 Thb” ที่เมื่อวานก็ยังคงมีอยู่ใน Menu หน้าร้านดังภาพด้านบน…

ที่ราคา 280 บาท, สามารถเลือกจานหลัก [Main Dish] ได้ทั้งหมด 6 อย่าง อาทิ Tempura รวม / Saba ต้มซีอิ๊ว / หมูชุบแป้งทอด [Tonkatsu] / เนื้อผัดซอส [Yakiniku] / หมูซอสขิงและไก่นันบัง [Nanban Chiki]

จากนั้นเราก็เลือกอาหารทานเล่น [Side Dish] ได้อีก 1 จาน, ในบรรดา 5 รายการ

ซึงก็ได้แก่ Seafood Salad / Udon ร้อนหรือเย็น / Mini Sashimi / มันฝรั่งทอด [Korokke] และเกี๊ยวซ่า

แถมด้วยของหวานที่มี 4 อย่าง, แนะนำว่า “ไอติมชาเขียวญี่ปุ่น” ก็ไม่เลว

และไม่ว่าจะเลือกแต่ละจานเป็นอะไร, ใน Value Lunch Set 280 บาทก็จะมีข้าว / ผักดองและซุปให้ฟรี

โดยชุดกลางวันของ Kagonoya นี้มีตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึงบ่าย 4 PM ครับ

kagonoya-review-lunch-set-tempura-shrimp-udon-tanuki-seaweed-cold-iphone-6

kagonoya-review-lunch-set-egg-sushi-salmon-hot-pot-beef-shabu-suki-iphone-6

นี่คือ Lunch Set 280 บาทของผมครับ, เลือกเป็น Tempura รวมกับ Udon เย็นและไอติมชาเขียวญี่ปุ่น :)

ขนาดของ Tempura นั้น, ทำให้ทุกคนในบ้านผมตกใจ !

เพราะมันใหญ่, ทั้งตัวจานทั้งปริมาณ

มีกุ้งไทยสองตัว พร้อมกับผักหลากหลาย อาทิ หัวหอมใหญ่ / หน่อไม้ฝรั่งและฟักทอง

การทอด Tempura ก็ทำได้ดี, ไม่มีแป้งหนืดๆ เหนอะหนะและไม่อมน้ำมัน

ส่วน Udon เย็นก็เป็นแบบ “ทานูกิ [Tanuki Udon], คือโรยด้วยสาหร่าย / ต้นหอมซอย / ไข่หวานและเศษแป้ง Tempura ที่เรียกว่า Tenkasu [天かす] แล้วราดด้วยซุปเย็นสดชื่นสำหรับทานในหน้าร้อน !

ตัวเส้น Udon คุณภาพกลางๆ, มีความหนึบเหนียวนิดๆ ระดับพวกร้าน “บะหมี่ยืนกิน” ในญี่ปุ่น

kagonoya-review-lunch-set-tempura-sakura-ebi-shrimp-prawn-shizuoka-iphone-6

kagonoya-review-lunch-set-ikura-sushi-salmon-maki-sashimi-roll-thonglor-iphone-6

นอกนั้นก็สั่งเพิ่มได้ครับ, ช่วงนี้ “ชาเขียวญี่ปุ่น” กับ “กุ้งซากุระ [Sakuraebi]” กำลังเป็น My Boom ประจำตัวผม หลังจากที่ Backpack ไปตามหาไร่ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ๆ ถึงถิ่น Shizuoka มาเมื่อ Week ที่แล้ว :)

ก็เลยขอ “Sakuraebi Kakiage” มาอีกหนึ่งจาน, ในราคา 120 บาท

แต่ของ Kagonoya ค่อนข้างแปลก, ใช้กุ้งฝอยตัวเล็กๆ มาวางบนแผ่นสาหร่ายก่อน…

แล้วคลุกรวมกับผักและหัวหอมก่อนจะทอด ?

สัมผัสเลยกรุบๆ พร้อมรสหวานๆ นุ่มๆ และมีความเหนียวนิดๆ อย่างน่าประหลาดใจ

ส่วน Super Salmon Sushi Set ของคุณแม่จะเป็นการรวมเอา Salmon หลายๆ อย่างมาปั้น Sushi ใส่กล่อง

ว่ากันตรงๆ, คุณภาพของปลาและ Ikura ใน Kagonoya ก็กลางๆ อีกเช่นกัน คล้ายกับร้าน Fusion Sushi ทั่วไป

kagonoya-review-lunch-set-paper-soup-hot-pot-beef-shabu-sukiyaki-iphone-6

kagonoya-review-lunch-set-ikura-sushi-salmon-hot-pot-beef-shabu-suki-iphone-6

และชุดที่ 3 ของคุณพี่สาวคือ “Buta Kaminabe Set” ครับ

จริงๆ Menu ของร้าน Kagonoya นั้น, เน้นที่ Shabu Shabu & Sukiyaki มากกว่า

[แต่ว่า Lunch Set แบบจัดชุดได้เองก็เป็นอะไรที่ “Japan Only” สุดๆ เหมือนกัน :)]

และหม้อไฟหมูชามนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง…

แม้ชุดผักกับเนื้อหมูจะธรรมดาสมราคาแค่ 360 บาท, ทว่าน้ำซุปที่ใส่มาในหม้อไฟกระดาษนั้นเข้มข้นและสดชื่น ในระดับที่ซดทานได้อร่อยโดยไม่ต้องปรุงอะไรและไม่ต้องใส่น้ำจิ้มใดๆ เพิ่มแม้แต่น้อย !

ราคารวมๆ ของ Kagonoya ก็ถือว่าแพงกว่าร้านอาหารญี่ปุ่นบนห้างอย่างพวก Fuji / Zen นิดหน่อย

นอกจากนี้ที่ Kagonoya ก็ยังมีชุด “Kaiseki“, อาหารญี่ปุ่นที่จัดเรียงอย่างงดงามตามพิธีให้ทานในราคาไม่แพง

kagonoya-review-lunch-set-kaisei-sushi-salmon-hot-pot-beef-shabu-suki-iphone-6

kagonoya-review-lunch-set-tel-no-price-menu-logo-hot-pot-shabu-suki-iphone-6

[เพราะ Kaiseki ของ Kagonoya ราคาแค่ 500 – 1000 บาท, ส่วนร้านที่ขาย Kaiseki อย่างถูกต้องตามแบบ Traditional ดั้งเดิมจริงๆ อย่าง Kitaohji Thonglor มันต้องจ่ายราคา Set ละ 4000 – 8000 บาท]

ใบเสร็จก็ดังภาพ, Kagonoya คิดราคาชาเขียวญี่ปุ่นทั้งร้อนเย็น [Refill] อีกแก้วละ 30 บาท

จากนั้นก็บวก Service Charge อีก 10%, ตามประสาร้าน Franchise

ส่วนตัวผมขอ Review แบบตรงๆ ว่า Kagonoya ไม่ได้แย่ แต่เผอิญสาขาที่ผมไปนั้น…

มันอยู่ใน Tops Marketplace ทองหล่อซอย 4

ซึ่งซอยนี้คือ “Nihonmura [The Little Japan]”, มันจึงมีร้านที่อร่อยและคุณภาพดีกว่า Kagonoya มากมาย

ในรัศมี 1 KM, มีทั้ง Nagiya Thonglor และ Ajidouraku เอกมัยที่ขายชุดกลางวันในราคาเท่าๆ กับ Kagonoya ครับ

kagonoya-review-lunch-set-asahi-beer-draught-tap-hot-pot-shabu-suki-iphone-6

kagonoya-review-lunch-set-branch-map-menu-logo-hot-pot-shabu-suki-iphone-6

แต่ถ้าเทียบกับร้านอาหารญี่ปุ่น Franchise บนห้างอย่าง Fuji / Zen หรือ Yayoi, ก็ถือว่า Kagonoya ดีกว่าและแนวคิดของ Lunch Set แบบนี้ก็เป็น “ญี่ปุ่นแท้ๆ” ที่หาทานได้ตามร้านหน้าสถานีรถไฟทั่วไปใน Tokyo จริงๆ

ตัว Kagonoya ในไทยตอนนี้มีทั้งหมด 7 สาขา แต่ได้ยินว่ามี Lunch Set แค่เฉพาะบางร้านนะครับผม :)