Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

Chef’s Table by เชฟอาร์ต” เมื่อวานทำให้ผมรู้สึกแบบนี้จากใจ…

ปรกติวันไหนที่ไม่ได้ออกไปวิ่ง Jogging, ผมก็จะลากจักรยาน Fitness มาหน้า TV เพื่อปั่นออกกำลังกายไปพร้อมๆ กับนั่งดูรายการทำอาหารทางช่อง Food Network และ “The Iron Chef America” ก็คือหนึ่งในรายการโปรด…

ผมชอบตรงที่มัน “เปลี่ยน” แนวคิดใหม่, จากครัวต้องเก่าๆ สกปรกๆ มาเป็น “โต๊ะ” สำหรับนำเสนออาหารในฐานะงาน Art

ซึ่งก็จริง, ไม่ว่าจะเป็น Technique การหั่นเนื้อ / การเลือกปลาหรือว่าการย่างที่ต้องใช้สมุนไพรและการปรุงรส

คือเหตุผลว่าทำไมการทานอาหารในแบบ “Chef’s Table” จึงมาแรงมากในฝั่ง Europe & USA

chef-s-table-art-review-personal-private-chef-singha-wine-beer-white-iron-เชฟอาร์ต

Chef’s Table” แปลตรงตัวว่า “โต๊ะของพ่อครัว”

การทานอาหารแบบ “Chef’s Table” ก็คือ การที่เราเข้าไปนั่งในบ้าน [หรือร้าน] ของพ่อครัวคนนี้, เพื่อชมทุกขั้นตอนตั้งแต่การจัดเตรียมวัตถุดิบ / การเลือกเบียร์และ Wine ที่เสริมรสวัตถุดิบอีกขั้นหรือการ Share เรื่องราวของอาหาร

แต่ที่สุดก็คือการ “สัมผัสประสบการณ์”

เสียงดัง Sizzl ~ ของหอยเชลล์ [Scallops] ที่ทอดร้อนๆ ในกระทะ, กลิ่นของเนยหอมๆ ที่ใส่เพิ่มลงไป

ได้รู้และเข้าใจว่ากว่าจะเป็นอาหารแต่ละจาน, ไม่ใช่แค่โยนทุกอย่างใส่หม้อแล้วส่งๆ มาให้ลูกค้า

Chef’s Table by เชฟอาร์ต” คือ การแสดงศิลปะ [Art] ทั้งหมดของอาหารบนโต๊ะ, โดยมีเรานั่งอยู่ตรงหน้า

ผมเองทราบมานานแล้วว่าในไทยเรามี “Personal Chef & Private Chef” ที่จ้างมารับงานถึงบ้านเป็นครั้งคราว

chef-s-table-art-review-personal-private-room-kitchen-boonrawd-farm-handsome-เชฟอาร์ต

chef-s-table-art-review-personal-private-chef-asparagus-white-boonrawd-farm-searJPG

แต่ “Chef’s Table” แบบที่เรามีโจทย์ 1 อย่าง และไปทานถึงบ้านของพ่อครัวนั้นเป็นอะไรที่ใหม่จริงๆ !

และ “เชฟอาร์ต” หรือ “ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์” คนนี้ก็มีประสบการณ์ในสายอาหารมาไม่น้อย, หลังจากเรียนจบจากดุสิตธานีที่ไทย ก็ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทั้งใน USA และบินไปเป็น Chef ต่อที่ The Netherlands อีก 3 ปี

ก่อนจะกลับมาไทย, รับตำแหน่งเป็น Consultant สายอาหารให้กับ Brand ใหญ่ๆ

พร้อมกับ “เปิดครัว” ของตัวเองในชื่อ “Chef’s Table by เชฟอาร์ต” แถวเอกมัย

ไม่ลงโฆษณาที่ไหน, ไม่มี Menu และไม่ทำกระทั่ง Facebook !

ลูกค้าที่จะมาทาน “Chef’s Table by เชฟอาร์ต” คือคนที่ถูกแนะนำ “ปากต่อปาก” จากลูกค้าเก่า

โดยเราสามารถกำหนดงบประมาณคร่าวๆ, วัตถุดิบที่ไม่ทานและ “โจทย์” อาหารที่อยากชิมวันนั้นได้ !

chef-s-table-art-review-personal-private-chef-passion-fruit-boonrawd-farm-soup

chef-s-table-art-review-personal-sear-scallop-passion-fruit-boonrawd-farm-selfie-เชฟอาร์ต

เสาวรสไทย” คือโจทย์ที่ให้กับ “Chef’s Table by เชฟอาร์ต” ในวันนี้

เพราะผมกำลังจะมีเพื่อน Bloggers จากสารพัดประเทศมาประชุมที่กรุงเทพฯ เดือนหน้า

และอยากพาทุกคนมาลองชิม “รสไทย” ในแบบใหม่ๆ ที่โลกยังไม่เคยได้เห็น

หลังจากยกมือไหว้ทักทายกันและคุยเรื่องประวัติชีวิตส่วนตัวของ “เชฟอาร์ต” สักพัก, ก็ได้เวลาที่เราจะเข้านั่งประจำที่ “โต๊ะของพ่อครัว” หรือ “Chef’s Table” แล้ว “เชฟอาร์ต” ก็เปิดเตา เอาวัตถุดิบของวันมาให้ชม

เสาวรสสดจากไร่บุญรอดที่เชียงราย, หอยเชลล์ [Scallops] ตัวใหญ่และผลไม้ไทยๆ อย่างสับปะรดภูแล

 ก่อนหน้านั้นก็มี Soup ที่ทำจากเสาวรสใส่ในถ้วย Shot เล็กๆ ให้ลองชิม

แล้ว “เชฟอาร์ต” ก็ลงมือทอด [Sear] หอยเชลล์ในกระทะ, ปรุงซอสแล้ว “วาด” ลงบนจานส่งมาให้ชิม !

chef-s-table-art-review-personal-sear-scallop-passion-fruit-boonrawd-farm

chef-s-table-art-review-personal-private-chef-asparagus-white-boonrawd-farm-cook-เชฟอาร์ต

ก่อนจะลงมือทำอาหารจานต่อไป

หอยเชลล์ Scallops ตัวใหญ่, ขนาดที่หั่นด้วยมีดแล้วก็ยังต้องทานสามคำ

ในวันที่เมืองไทยร้อนแสนร้อน…

ได้ซอสผลไม้ที่เปรี้ยวหวานหอมกลิ่นเสาวรส, มันก็แสนสดชื่น !

เอาจริงๆ, ทีแรกผมไม่คิดว่า Scallops ซอสเสาวรสที่ “Chef’s Table by เชฟอาร์ต” จานนี้จะอร่อย เพราะส่วนตัวไม่ค่อยชอบซอสหวานเปรี้ยวและเสาวรสไม่น่าจะเข้ากับอาหารทะเลโดยเฉพาะ Scallops เท่าไร [เมื่อเทียบกับเป็ดซอสส้ม ?]

แต่กลับตรงข้าม, ความหอมของเสาวรสกลับเข้ากันได้ดีกับการทอดแบบ Sear ที่เกรียมนิดๆ ตรงผิวนอก

และกลิ่นของอาหารจานต่อไปก็ยิ่งทำให้หิว !

chef-s-table-art-review-personal-private-chicken-asparagus-white-boonrawd-farm-steak

chef-s-table-art-review-personal-private-chicken-france-cook-boonrawd-farm-steak-เชฟอาร์ต

แล้ว “เชฟอาร์ต” ก็ส่ง “จานต่อไป” ที่ว่ามาในทันที, คราวนี้เป็น “ไก่” แต่เป็นวัตถุดิบจากฝรั่งเศส

ถ้าเป็นร้านอาหารทั่วไป, แม้มันจะเป็นร้านที่ดีหรือร้านที่แพงขนาดไหน…

เราก็คงได้ “ไก่” หนึ่งจานที่เห็นนี้มาวางบนโต๊ะ

แล้วก็ทานกันไป

แต่ที่นี่คือ “Chef’s Table by เชฟอาร์ต“, ดังนั้น มันจึงมีเรื่องราวของไก่สายพันธุ์นี้ พร้อมกับเหตุผลที่เลือกใช้ เรียกว่าเหมือนผมเป็นกรรมการใน The Iron Chef America ที่ดูทุกวันตอนปั่นจักรยานเลยจริงๆ !

ซอสเข้มข้นที่ได้จากการเคี่ยวกระดูกไก่และ White Asparagus แบบสดสีขาวที่ส่งตรงมาจากฝรั่งเศสเช่นกัน

เป็นจานที่นุ่มลุ่มลึก, ทั้งเนื้อไก่ที่หั่นง่ายๆ ด้วยปลายมีดและหน่อไม้ฝรั่งสีขาว

chef-s-table-art-review-personal-private-chef-asparagus-white-boonrawd-farm-steak

 chef-s-table-art-review-personal-private-chef-cook-kitchen-boonrawd-farm-pasta-เชฟอาร์ต

แล้วก็ถึงคราวของ “Pasta” แบบ “Homemade Fettuccine” ที่ Chef นวดเส้นเอง !

เป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไมการมา “Chef’s Table by เชฟอาร์ต” จึงต้องจองล่วงหน้าก่อนอย่างน้อยก็ 1 Week, เพื่อให้ตัว Chef มีเวลาคิด / ค้นหาและจัดเตรียมวัตถุดิบที่ดีที่สุดโดยไม่ใช่การเดินไปซื้อมาจาก Supermarket ครับ

และ Pasta จานนี้ก็คือ Menu ที่ผมชอบสุดของวัน…

เส้นนุ่มแต่เหนียว, ต้มแบบ Aldente แล้วปรุงรสเผ็ดเต็มพิกัดด้วยพริก Habanero Chili ซึ่งตอนนี้ปลูกได้ที่ไทย !

[นึกถึง Blog ที่แล้ว, ปัจจุบัน “SuperFood” มากมายทั้ง “ชาเขียวญี่ปุ่น” และ “Walnuts” ต่างก็มีที่ไร่แถบเชียงราย]

แต่ยิ่งเผ็ดเท่าไร, ก็ยิ่งทำให้สัมผัสได้ถึงรสหวานของกุ้ง Lobster มากเท่านั้น !

 และ Chef ยังซ่อนความเปรี้ยวของ “เสาวรสไทย” เอาไว้ในซอส, ทั้งหมดกลายเป็นความสดชื่นที่เหนือคาด

chef-s-table-art-review-personal-private-passion-fruit-pasta-habanero-lobster-chilli

chef-s-table-art-review-personal-private-lamb-grill-bbq-kale-rosemary-herb-boonrawd

แล้วก็ได้เวลาของ “เนื้อแกะ” และมันก็มี “The Secret Recipe” อยู่ในการย่างครั้งนี้อีกเช่นกัน

มันเป็นอะไรที่สนุกจริงๆ ครับ, กับการนั่งคุยกับ Chef ไปพร้อมกับดื่ม Wine ในระหว่างที่ย่างแกะ

เราคุ้นกันดี, การที่หมักแกะด้วยสมุนไพรอย่าง Thyme / Rosemary หรือใบ Oregano

แต่ “Chef’s Table by เชฟอาร์ต” มีเพิ่มผักอีกชนิดหนึง

ซึ่งผมก็ทานแล้วทาย…

แนวคิด “Chef’s Table” มันมีความหมายก็ตรงนี้, ที่เราจะได้ Share ประสบการณ์กับพ่อครัวถึงส่วนผสมต่างๆ ไปพร้อมๆ กับรับรู้ความล้ำลึกของรสอาหารซึ่งมีมากกว่าการมองด้วยตาเห็นหรือการจ่ายเงินแพงๆ แต่ไม่เข้าใจอะไรจริงๆ

ความลับของแกะย่างจานนี้คือ “ผักเคล [Kale]” ครับ

chef-s-table-art-review-personal-private-lamb-grill-bbq-kale-rosemary-herb-slice

chef-s-table-art-review-personal-private-lamb-grill-bbq-kale-rosemary-herb-rare

“ผักเคล [Kale]” หรือที่บางคนเรียกว่า “คะน้าเคล” คือ “SuperFood” ที่ญี่ปุ่นและฝรั่งทั่วโลกยอมรับว่าเป็น “สุดยอดอาหาร” แห่งปี 2014 แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือไทยเราปลูก Kale ที่ว่านี้ได้นานแล้ว…

และ “Kale” ที่ “Chef’s Table by เชฟอาร์ต” ใช้หมักแกะในวันนี้ก็เพิ่งส่งตรงมาจากไร่บุญรอดที่เชียงราย

เมื่อมีวัตถุดิบสดใหม่เข้ามา, Chef ที่มีฝีมือและประสบการณ์ก็สามารถเปลี่ยน Menu ได้ทันที

เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมื้อนั้นๆ

นี่ละครับคือการทานอาหารแบบ “Chef’s Table” ที่ “ใหม่มาก” สำหรับเมืองไทย !

แต่จะว่าไป, “Chef’s Table by เชฟอาร์ต” ก็ทำให้ผมนึกถึงร้านอาหารญี่ปุ่นแบบ “Kaiseki

ที่เราต้องจองล่วงหน้ากันครึ่งเดือน, ไม่มี Menu ให้และทำได้แค่บอก Chef ว่าชอบหรือไม่ชอบทานอะไร

chef-s-table-art-review-personal-private-chef-white-wine-chardonay-singha-beer

chef-s-table-art-review-personal-private-chef-singha-wine-beer-white-giusti-prosecco

เพื่อให้ Chef ได้ใช้ฝีมืออย่างเต็มที่, พร้อมความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มรูปแบบโดยไม่มีกฏเกณฑ์ข้อจำกัดใดๆ ด้วยวัตถุดิบตามฤดูกาลที่ “ดีที่สุด” และแน่นอนว่า Menu ก็จะเปลี่ยนไปในแต่ละวัน…

อย่างตอนไปทาน “Nihonbashiyukari Kaiseki” ที่เปิดมาเกือบร้อยปีในญี่ปุ่นก็เช่นกัน

มันไม่ใช่การเดินเข้าแล้ว “สั่งพ่อครัว” ให้ทำอาหารสักจานตามความต้องการของเรา

แต่ Kaiseki และ Chef’s Table คือการ “เคารพซึ่งกันและกัน”

ยิ่งกว่านั้น, มันคือการแลกเปลี่ยนมุมมองของอาหาร รวมทั้งเครื่องดื่มอย่างเบียร์หรือ Wine

[เราสามารถให้ทาง “Chef’s Table by เชฟอาร์ต” เลือก Wine ได้ เพื่อความเข้ากับอาหารในวันนั้น]

  ไม่น่าเชื่อว่าสุดท้าย, เวลากว่า 4 ชั่วโมงก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว…

chef-s-table-art-review-personal-private-kitchen-boonrawd-farm-handsome-swim-เชฟอาร์ต

ใครที่อยากติดต่อ “เชฟอาร์ต” หรือว่าสนใจการทานอาหารในแบบ “Chef’s Table” ละก็, ลองเข้าไปดูใน Instagram ชื่อ “CheffyArt” หรือทาง Line ID ที่ ChefTablebyArt ครับ โดยเราสามารถกำหนดงบประมาณคร่าวๆ ก่อนได้

ปัญหาของที่นี่คือ Chef หน้าตาดีเกินไป, ถ้าใครพาสาวทาน Dinner ละก็กรุณาคิดให้หนักครับ :)