Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

ฝรั่งชาวเยอรมันใน Hostel เคยถามผมว่า “คนไทยใช้มือทานข้าวใช่ไหม ?”

[มั่นใจได้, เขาต้องเชื่อว่าเรายังคงขี่ช้างไปนั่งทำงานที่ Starbucks…]

และอีกครั้ง, มีคนผิวสีที่ New York ถามผมอีกว่า “i ไม่เข้าจาย ทามมายคนไทยช้ายตะเกียบทานข้าว ?”

[ผมบอกเขาว่า “I’m from Thailand”, เขาตอบว่า “Okay you’re from Taiwan…”]

แต่จะว่าไป, ก็ไม่ใช่แค่ฝรั่งจะเข้าใจวิธีทานอาหารของคนไทยผิด เพราะปัจจุบันเราก็ทานอาหารญี่ปุ่นโดยเฉพาะ “Sushi” ผิด [แต่คิดว่าถูก] วิธีกันมาตลอด ทั้งที่ญี่ปุ่นออกจะใกล้ไทย และสุขุมวิทก็มีร้าน [Fusion] Sushi เปิดใหม่ทุกๆ 2 m !

miuramisaki-kou-sushi-go-round-kaiten-ueno-tokyo-best-big-review-iphone-6-menu

 1. แช่ข้าวปั้นกันไปเลย !

ส่วนหนึ่งผมเดาว่าเพราะคนไทยทานรสจัด, ทั้งหวานจัด / เผ็ดจัด / เปรี้ยวจัดและเค็มจัด

โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคนญี่ปุ่น

ดังนั้น, เราจึง “แช่ข้าวปั้น” ลงไปในซอสโชยุ [Shoyu] ทั้งก้อนเพื่อความสะใจ !

แต่ความจริงแล้ว, ซอสถั่วเหลืองในร้าน Sushi มีไว้แค่แตะๆ เท่านั้น และ Sushi หลายๆ ชนิดที่ Chef ปรุงรสมาให้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องจิ้ม Shoyu เพิ่มด้วยซ้ำ อย่างเช่นปลาไหลที่ราดซอสหวานหรือปลา Saba ดองใส่ขิงขูด

[ฝรั่งเรียกว่า “Dip, Not Dunk !” แปลว่าแค่จิ้มนิดๆ ก็พอ]

ถ้าเป็นร้าน “Sushi จานหมุน” แบบในภาพแรกก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นร้าน Sushi ดีๆ, อาจถูกเชือดได้เลยนะครับ

 kaiseki-nihonbashi-yukari-review-best-japan-iphone-6-iron-chef-knife-champ-selfie

2. จิ้มซอสที่เนื้อปลา, ไม่ใช่ข้าว…

เหตุผลก็ง่ายๆ, เช่นเดียวกับข้อ 1

เพราะข้าวจะดูดโชยุจนเค็มเกินไป ทำให้ไม่ได้รสของปลาหรือว่าวัตถุดิบด้านบน Sushi และยังเป็นการดูถูก Chef อีกด้วย, ดังนั้น เวลาที่เราทานข้าวปั้นจึงต้อง “พลิก” เนื้อปลาให้มาอยู่ด้านล่างและให้ข้าวอยู่ด้านบน

ซึ่งร้านที่ปั้น Sushi มาดีจริง, จะไม่หลุด ไม่เละและไม่หล่น

แต่ถ้าใครไม่มั่นใจในการใช้ตะเกียบ, ก็สามารถใช้มือหยิบ Sushi ทานได้เลยครับ

[ผมเองก็ทาน Sushi ของญี่ปุ่น / Pizza ของ Italy / Chips ของอังกฤษและไก่ทอดของ USA ด้วยมือตลอด :)]

นั่นคือสาเหตุที่ทำไมในร้าน Sushi จึงมักมี “ผ้าเช็ดมือ” วางไว้ด้านขวาของเรานั่นเอง

shinsei-sushi-chef-omakase-review-iphone-6-cheese-roll-salmon-price-set

 3. ถ้าจะทานแต่ปลา, กรุณาสั่งว่า “Sashimi”

Sushi แบบดั้งเดิมนั้น, ให้ความสำคัญกับข้าวไม่แพ้ปลาหรือว่ากุ้งและหอย

เริ่มตั้งแต่การเลือกชนิดข้าวญี่ปุ่น, การใช้น้ำส้มสายชูไปจนถึงความแน่นของข้าวเวลาปั้น [ทว่า ปัจจุบัน “ความลงตัว” ที่ว่ามันเริ่มหายไปในกระแส “Fusion Sushi” เพราะฝรั่งและคนไทยชอบข้าวคำเล็กๆ แต่ปลาชิ้นใหญ่ๆ]

แต่ถ้าใครไปญี่ปุ่นและมีโอกาสได้ลองทาน Sushi ที่แท้จริงในร้านเก่าๆ

จะเห็นเลยว่าขั้นตอนการปั้นข้าวก็สำคัญไม่แพ้ตัวปลา

และอย่าคีบเฉพาะหน้า Sushi ออกมาทาน

เหมือน “ข้าวหอมมะลิ” ที่คนไทยภูมิใจ, เราก็ควรให้เกียรติข้าวของชาติอื่นด้วยเช่นกัน

 kitaohji kaiseki kyoto คือ ไคเซกิ คิตะโอจิ ทองหล่อ pantip review sashimi

4. ไม่ทราบอะไรให้ถามพ่อครัว

เราคนไทยอาจยังไม่ชินเท่าไรถ้าจะให้คุยกับ Chef

หรือบางคนอาจรู้สึกว่าพ่อครัวมีหน้าที่ “หั่นผักหั่นปลาอยู่หน้าเตา” เท่านั้น

แต่ถ้าเป็นร้านอาหารฝรั่ง, อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกนักเพราะเวลาเราเลือก Wine ทานคู่กับอาหาร ก็จะมี “ผู้เชี่ยวชาญ [Sommelier]” มาคอยให้คำแนะนำสำหรับคนที่ไม่ได้มีความรู้เรื่อง Wine มากนัก

ซึ่งตรงนี้บอกไว้เลยว่าไม่ใช่เรื่องผิดหรือสิ่งที่น่าอาย เพราะคนเราไม่มีใครมีความรู้ได้ทุกด้านอยู่แล้ว

ในร้าน Sushi ที่ญี่ปุ่นก็เช่นกัน, ยิ่งคนไทยหรือนักท่องเที่ยวสนใจใน Culture ของเขา มันก็ยิ่งน่าภูมิใจ

อาจไม่ต้องลงลึกถึงขั้นถามว่า “นี่คือปลาอะไร”, แค่ขอให้แนะนำวิธีทานอาหารก็พอแล้วละครับ

   chef-s-table-art-review-personal-private-chef-singha-wine-beer-white-iron-เชฟอาร์ต

อย่างล่าสุดเมื่อ Week ก่อน, ผมก็เพิ่งไปลองทานอาหารแนวใหม่ [ในไทย] ที่เรียกว่า “Chef’s Table” ซึ่งเป็นการ “ทานข้าวหน้าเตาไฟ” ต่อหน้าพ่อครัวจริงๆ และในภาพที่เห็นนี่ก็คือ “Chef’s Table by เชฟอาร์ท” แถวเอกมัย

เหนือกว่าการไปญี่ปุ่นตามๆ กัน, ผมว่ามันคือการเข้าใจในเชิงลึก ซึ่งดูดีกว่ามากเลยทีเดียวละครับ :)