Special : สมัครบัตร Amex Platinum วันนี้ฟรีตั๋ว Business Class ไปกลับญี่ปุ่น 2 ที่นั่ง !!! > "Click"

--------------------------

Short Note ลง Blog ไว้, หลังเขียน iPhone X VS iPhone 8 Plus Review ไปเมื่อวาน

เผื่อจะเป็นประโยชน์กับใครที่กำลังจะ “บินไปหิ้ว iPhone X” ในประเทศไหน

ว่า “ตลาดมันวาย” แล้วหรือยัง

ส่วนตัวผมก็อย่างที่รู้กัน, คือบินมาหิ้ว iPhone รุ่นใหม่ตั้งแต่ขายวันแรกทุกปีและก็โดน Drama ทุกครั้งแต่รอบนี้อาจหนักเป็นพิเศษเพราะ iPhone X 64GB ที่ญี่ปุ่นมันเปิดราคามาแค่ 32700 บาท [เมื่อเทียบกับเครื่องศูนย์ไทยที่ 40500 บาท]

เขียนลง Blog ว่า “ญี่ปุ่นถูกกว่าไทยแปดพัน” ทีไร, ก็มี Drama ใส่กลับมาทุกครั้งว่า “ใครจะโง่จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินไปซื้อ !”

iphone-x-thai-review-dual-camera-vertical-cookie-blogger-vs-iphone-8-plus

ผมก็มีเพื่อนโง่ๆ หนึ่งคนที่บินมาหิ้ว iPhone X ที่ญี่ปุ่นสองตัว

1. Apple Store Tokyo ขาย iPhone X 64GB ที่ราคา 112800 JPY [คิดเป็นเงินไทยคือ 32700 บาท], แน่นอนว่าเขา “จอง [Preorder]” ผ่าน Apple Store Online ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 27 Oct 2017 และรู้ก่อนเลยว่า “ได้สองเครื่อง”

2. เมื่อรู้ว่าได้ของ, ถึงเริ่มจองตั๋วเครื่องบิน

3. และเดี๋ยวนี้พวก Airlines ต่างก็ทำสงครามราคากันหนักมาก, เพื่อนผมได้ตั๋วไปกลับราคา 8 พันกว่าบาท

4. บินจากกรุงเทพฯ มา Tokyo วันที่ 29 Oct 2017, แวะเที่ยวญี่ปุ่นสี่ห้าวันสบายๆ จนถึง 2 Nov 2017

5. พอวันที่ 3 Nov ก็เดินไปรับ iPhone X ที่จองไว้จาก Apple Store Ginza, ขึ้นเครื่องกลับไทยคืนนั้นเลย

6. เพราะว่าเขาได้ iPhone X ล็อตแรกสุดก่อนใคร, พอถึงไทยก็ขายทิ้งทั้ง 2 เครื่องได้กำไรมาตัวละ 22000 บาท…

narita-access-bus-cheaper-way-to-tokyo-city-than-train-1000-yen-iphone-7-plus-map-review-jal

ต้นทุนที่จ่ายไปและกำไรที่ได้กลับมา

ค่าตั๋วเครื่องบิน : ไปกลับ 8 พันกว่าบาทด้วย Low Cost Airlines

ค่าอาหารง่ายๆ สามมื้อต่อวัน : รวม 1000 บาท [เช่น Ramen หรือข้าวหน้าเนื้อชามละพันเยน, 290 บาท]

ค่าที่พักแบบ Dorm : คืนละ 800 บาท [ตอนมาหิ้ว iPhone 6S, ผมก็นอน Oak Hostel Ginza คืนละ 2500 Yen]

รวมทุกสรรพสิ่งในห้าวันแบบไม่นับ Shopping ส่วนตัว : 8000 + [1000 x 5] + [800 x 5] = 17000 บาท

กำไรจากการขาย iPhone X ทิ้ง : 22000 x 2 = 44000 บาท

สิ่งที่ได้ : เที่ยวญี่ปุ่นห้าหกวันพร้อมที่พักอาหารและตั๋วเครื่องบินฟรี / ได้เล่น iPhone X ก่อนใครในเมืองไทย [ถ้าเขียน Blog หรือทำ YouTube ก็ได้ดังอีก] / เหลือ Pocket Money อีก 27000 บาท / ได้สะสมแต้มบัตร Credit Card ที่เมืองนอก

apple-store-japan-claim-problem-iphone-6s-7-plus-black-corner-warranty

พร้อมๆ กับได้ Comment จากพวกคนฉลาดๆ บน Internet ว่า “โง่จริงๆ”

เรื่องนี้สอนอะไรผมได้นับสิบอย่างเช่น

1. แค่เล่นกับ “ค่าเงิน” และ “การยกเว้นภาษี [Tax Refund]” ก็ทำกำไรได้เป็นหมื่น [แถมเที่ยวฟรี]

2. ถ้ารู้จักใช้ Technology, สามารถจอง iPhone X มาขายคนไทยได้โดยแทบไม่มีต้นทุน

[เพราะรู้ก่อนเลยว่า “จองได้สองเครื่อง” แน่นอนแล้วค่อยเริ่มหาตั๋วเครื่องบิน]

3. Demand ในกลุ่มผู้มีกำลังซื้อจริงนั้นมหาศาล, สำคัญคือเพื่อนผมต้อง “หาทางบินกลับไทยให้ได้วันนั้นเลย” เพราะคนที่พร้อมจะจ่ายเงินห้าหมื่นเพื่อซื้อ “iPhone X เครื่องหิ้ว” คือคนที่ต้องการได้เล่นเครื่องวันเดียวกับคนญี่ปุ่นและ USA

4. และสำคัญที่สุดคือเพื่อนผมถือ iPhone X กลับมาไทยเป็นคนแรกๆ, ก่อนที่เครื่องหิ้วจะล้นตลาด

drama-how-many-to-buy-import-iphone-x-law-thai-khaosod-business-review

5. จึงไม่ต้องทำสงครามราคาแข่งกับใคร

[ไม่ผิดกฏหมายไทยด้วยเพราะศุลกากรอนุญาตให้นำเข้า iPhone เพื่อใช้เองหรือซื้อฝากได้อยู่แล้วสองตัว]

6. ที่สำคัญอีกอย่างคือ “ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ขาย iPhone X ราคาถูกสุดในโลก“, ต้นทุน iPhone X ของเพื่อนผมจึงอยู่ที่ 32700 บาทเท่านั้น [เมื่อเทียบกับบางคนที่บินไปหิ้ว iPhone X จาก Taiwan หรือ Singapore ที่ขายค่อนข้างแพง]

7. ต่อให้เพื่อนผมกลับไทยช้าและปล่อย iPhone X สองเครื่องในมือรวมกันได้แค่แสนเดียว, ก็ยังกำไร 26000 บาทอยู่ดี

8. และเรื่องนี้ก็สอนให้ผมรู้ว่า “บางคนนึกว่าตัวเองฉลาดเสียเต็มประดาที่สามารถนึกปัญหาสารพัดมาหัวเราะใส่คนอื่นได้” 

9. ในขณะที่บางคนมองเห็นแต่ “จังหวะ” และ “โอกาส”

10. และในโลกธุรกิจ, มันสนุกตรงที่ “คนฉลาดมักยากจนแต่คนโง่รวยขึ้นทุกวัน” นี่แลฯ

apple-retail-store-online-japan-iphone-x-vs-8-plus-how-to-preorder-book