Special : How to สร้างตัวตนออนไลน์และวิธีปรับธุรกิจเก่าเข้าสู่ Digital !!! > "Click"

--------------------------

เอาแค่ในไทย, ผมก็ยังนึกไม่ออกว่า แล้วพนักงานธนาคารที่ถูกเลิกจ้างจะไปทำอะไร ?”

หลังจากที่ Banks ประกาศนโยบายชัดเจนว่า “จะปิดสาขา” และหันไป “พัฒนา Digital Banking”

[เอาแค่ที่ SCB ประกาศก็หมื่นกว่าคน, จะไปสมัครงาน Bank อื่นก็ไม่ได้เพราะทุกที่ “ลดคน” กันหมด]

และเมื่อสักครู่, ก็มีคนส่งกระทู้ Pantip ห้อง Silom มาให้ดูด้วยประเด็นที่ว่า “ถ้าทุกคนตกงานแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อสินค้าที่ Robot ผลิต ?” ซึ่งถ้ามองผ่านๆ ก็อาจ “Make Sense” แต่จริงๆ ผมกลับรู้สึกว่ามันเป็นแค่ “การปลอบใจกันเอง”

เพราะนี่คือสัญญาณอันตรายของชนชั้นกลางที่ทำงานเป็น “ลูกจ้าง” หรือ “Salary Man”

robot-app-ai-banking-digital-disrupt-online-ipad-cut-job-loss-bitcoin

ลองดูความเห็นจากเมืองนอก

The Guardian UK คิดตรงกับผมในแง่นี้ว่า “Robots will create more jobs but what if these jobs are less good and less well paid than the jobs that automation kills off” หรือก็คือ “งานจะไม่ถึงกับหมดไปจากโลก”

แต่งานที่เหลือให้มนุษย์ทำ, อาจเป็นงานที่เลวร้ายกว่าและได้เงินน้อยกว่าการจ้างหุ่นยนต์

เพราะคนกลุ่มแรกที่จะได้ประโยชน์จาก Robot & AI ก็คือ “กลุ่มทุนใหญ่”

ทันทีที่นำ Robot & AI เข้ามาใช้, คนจำนวนมหาศาลก็จะถูกไล่ออกจากงาน [ลองคิดภาพธนาคารตอนนี้]

และแน่นอน, ไม่สามารถหางานใหม่ที่ดีเท่ากับหรือดีกว่าเดิมได้ [เพราะทุก Banks ก็เลิกจ้างพร้อมกันหมด]

จะเหลือก็แค่ธุรกิจเล็กๆ ที่ยังต้องใช้แรงงานคน, แต่ก็ด้วยค่าจ้างที่น้อยลงกว่าเดิมมาก…

scb-bank-thai-digital-disrupt-fire-lay-off-anti-protest-fwd-mail-work-ai-robot-app-macbook

คนรวยจะรวยขึ้นมากจาก Robot & AI

และชนชั้นกลางที่ตามไม่ทัน, ก็จะกลายเป็นกลุ่มคนที่ไม่มีกิน

ซึ่ง Model นี้ก็เคยมีให้เห็นมาแล้ว, ตอนที่มนุษยชาติก้าวข้ามการปฏิวัติอุตสาหกรรม

เจ้าของธุรกิจทุนใหญ่และอาชีพระดับสูงเท่านั้น, ที่จะ “ยิ่ง” ได้ผลประโยชน์จากเข้ามาของ Robot & AI

เพราะมันช่วย “ลดค่าจ้างแรงงาน”, ซึ่งก็คือ “ลดต้นทุน” ของธุรกิจตนได้มหาศาล

และอย่าถามว่า “ถ้าทุกคนไม่มีเงินแล้วใครจะซื้อของ ?”

เพราะปัจจุบันก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว, จากการสำรวจของ Oxfam พบว่า คนรวยที่สุดในโลก 62 คนมีเงินมากกว่าคนจนครึ่งโลกรวมกัน และธุรกิจของโลกใบนี้ก็เกิดจากการ “ซื้อกันไปซื้อกันมา” ของคนชั้นบนที่มีจำนวนไม่ถึง 1% ของประชากรโลกนี่แลฯ

mark-zuckerberg-facebook-ceo-money-advert-organic-reach-down-2018-richness-class-agency

หรือลองนึกภาพ “อสังหาฯ” ในเมืองใหญ่ที่ “เปลี่ยนมือไปมา” จนราคาสูงในระดับที่คนส่วนใหญ่ไม่มีปัญญาซื้อ [ทั้งที่มันควรจะเป็น “ปัจจัยสี่” แท้ๆ] แต่ถามว่ากลุ่มทุนเคยสนใจไหมว่าใครจะไม่มีบ้าน, ตราบใดที่ยังปั่นราคาทำกำไรกันเองได้เรื่อยๆ

และ The Guardian ยังเชื่อว่า “[It] is hollowing out the middle class and creating a Bifurcated economy in which a small number of Very rich people employ Armies of poor people to cater for their every whim”

สังคมในยุค Robot & AI จะแยกเป็น “สองชนชั้น” อย่างชัดเจน

ระหว่าง “A Small Number of Very Rich People” และ “Armies of Poor People”

หรือก็คือ “คนรวยสุดๆ ไม่กี่คน”​ กับ “คนจนจำนวนมหาศาล”

นั่นคือ “โลกในยุคหุ่นยนต์” เชิงธุรกิจและการเลิกจ้างงาน [แต่จริงๆ ผมว่ามันก็ไม่ได้ต่างจากเมืองไทยตอนนี้เท่าไร]

misokatsu-yabaton-nagoya-truck-pig-cute-mizuho-bank-review-sakae