Special : สมัครบัตร Amex Platinum วันนี้ฟรีตั๋ว Business Class ไปกลับญี่ปุ่น 2 ที่นั่ง !!! > "Click"

--------------------------

“KGI Securities says the 6.1 inch LCD iPhone introduced this year could feature support for dual SIM technology and be priced as low as 550 USD” คือข่าวดีของมวลมนุษยชาติ, หรืออย่างน้อยก็ของผม…

เมื่อก่อน, ผมมักจะใช้วิธี “ซื้อ SIM Card ท้องถิ่นของประเทศที่ไป Backpack

แต่หลังจากเปลี่ยนมาลองใช้ Porsche Design Mate 9 Pro, ผมได้ค้นพบความดีงามของ Dual SIM เป็นครั้งแรก

แน่นอน, ผมไม่ต้องคอยถอด SIM Card ของเมืองไทยเข้าออกเพื่อใส่ SIM Card ท้องถิ่น

และไม่ใช่แค่รับสาย, แต่การใส่ SIM Card ไทยแปลว่าผมรับ SMS จาก Banks หรือรหัส OTP ต่างๆ ได้ด้วย !

dual-sim-card-iphone-x-plus-2018-thai-japan-ntt-docomo-softbank-roaming-ais-sim2fly-review-vs-pocket-wifi

เป็นสิ่งที่แม้แต่ iPhone X ราคาสี่หมื่นกว่าบาทก็ให้ไม่ได้

และเป็นเหตุผล [ที่งี่เง่า] ที่ทำให้ผมอยากจะหันไปใช้ Android Smartphone ทุกครั้ง

เวลาไปต่างประเทศ [แล้วก็ดันไปบ่อยด้วย…]

ผมเคยมีภาพว่า “Dual SIM = มือถือตลาดล่าง” และ Steve Jobs ก็คงคิดเหมือนกันแต่พอคิดดีๆ, การที่มือถือหนึ่งเครื่องสามารถใส่​ SIM Card ของสองประเทศได้พร้อมกันมันคือ Feature ที่เหมาะกับนักธุรกิจข้ามชาติสุดๆ เลยไม่ใช่รึ ?

และในยุคแห่ง Tim Cook ที่อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้, คงไม่แปลกอะไรถ้าจะมี Dual SIM iPhone X !

ตามข่าวของ KGI, เป็นไปได้ว่า iPhone X ในปี 2018 จะมี 2 Models ให้เลือก

ระหว่าง SIM Card เดียวและ Dual SIM Card !

iphone-x-plus-budget-6-inch-concept-design-spec-dual-simcard-ios12-2018-wwdc

อาจฟังดู “ยุ่งยาก” แต่ก็ไม่แปลกมากมายอะไรเพราะผมเคยใช้ Galaxy S8 DoCoMo Japan ก็มีช่องเสียบ SIM Card เพียงอันเดียวในขณะที่ Galaxy S8 รุ่นตลาดโลกมาพร้อม Dual SIM Card [ญี่ปุ่นคงจะยัง Conservative เหมือนผม]

ในหนึ่งปี, ผมอยู่ไทยพอๆ กับอยู่เมืองนอกและมีหลายทีที่อยากปา iPhone X ทิ้งแต่ก็ไม่รู้จะไปใช้อะไร…