Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

ผมน่าจะเป็นส่วนน้อยที่ยังไม่สมัคร Promptpay, แม้จะยื่นภาษีถูกต้องทุกปีแต่บอกตรงๆ คือ “รู้สึกไม่ค่อยดี” และ “ไม่ค่อยวางใจ” ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่รัฐฯ พยายามผลักดันให้ประชาชนผูกเบอร์มือถือและเลขบัตรประชาชนเข้ากับบัญชีธนาคาร

หลังจากนั้นไม่นาน, รัฐฯ ก็เริ่มออกนโยบายภาษีใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับ Online & ePayment

เช่นการสั่งให้ธนาคารต้อง “ส่งรายงาน” หากเจ้าของบัญชีมีเงินโอนเข้าออกค่อนข้างบ่อย [เกิน 400 ครั้งต่อปีเมื่อมียอดเกินสองล้านบาทหรือเกิน 3000 ครั้งต่อปีโดยไม่จำกัดวงเงิน] จนเริ่มทำให้ร้านค้าเล็กๆ หันกลับมาหา “เงินสด” เหมือนเก่า

และวันนี้, ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ออกมาเตือนว่า “ใครยกเลิก ePayment จะโดนตรวจสอบเป็นพิเศษ !”

thai-national-banking-warn-stop-using-online-epayment-pay-more-tax-digital

อย่างช่วง Week ที่ผ่านมา, ผมก็มีไปเดินตามงาน Farmer Market & Community Mall และก็สังเกตว่าร้านขายอาหารแบบ Take Away ง่ายๆ หลายเจ้าเริ่มเอาป้าย QR Payment [เช่นแมวปี๊บจังของ KBank และแม่มณีของ SCB] ออกไป

แล้วหันกลับมา “รับเงินสดเท่านั้น”

เพราะยอดโอน “สองล้านต่อปี” หรือ “สามพันครั้ง” มันก็ไม่ได้เยอะอะไร

คิดง่ายๆ ว่ารับโอนแค่วันละสิบที, ปีหนึ่งๆ ก็ 3650 ครั้ง !

ยอดเงินรวมสองล้านก็เหมือนกัน, มันต่างจาก “เงินเดือน” ของพนักงานบริษัท

เพราะ “สองล้าน” อาจเป็น “ต้นทุน” สัก 80% เข้าไปแล้ว

แม้ส่วนตัวผมจะเห็นด้วยเสมอมากับการจ่ายภาษี, แต่ก็รู้สึกว่ากฏหมายใหม่ๆ ช่วงนี้มัน “โหดมากๆ กับธุรกิจเล็กๆ”

uob-wealth-banking-private-fund-water-lounge-free-credit-card-japan-macbook-review-epayment

โดยเฉพาะกับรายย่อยและ SMEs ที่จะต้องเพิ่มความระมัดระวังทุกฝีก้าวในการรับเงิน, รวมไปถึงชนชั้นกลางทั่วๆ ไปที่มีเงินออม & เงินลงทุนหลักแสนถึงหลักล้าน [แต่ไม่ถึงสิบล้าน] ในขณะที่ “ทุนใหญ่” และ “ธุรกิจข้ามชาติ” กลับไม่มีการตรวจสอบ

ทุกวันนี้ทั้งจีนบน Online ทั้ง Facebook & Google เข้ามาโกยเงินมหาศาลออกไป, แต่ไม่ยักต้องจ่ายภาษีใดๆ เลย