ขยายประเด็นต่อจาก Post เมื่อวาน

พอดีเดือนก่อนมี SMEs รายหนึ่งทักมาขอคำปรึกษาแบบพบหน้า [2 ชั่วโมง 9288 บาทนั่นแลฯ] และน่าสนใจตรงที่เขาเป็น “คนรุ่นใหม่” เหมือนผม

หรือจะเรียกให้ถูก, เป็นคนรุ่น “กลางเก่ากลางใหม่”

ที่ยังคิดว่าตัวเองเป็นคนรุ่นใหม่

คือคนวัย 3x – 4x ปีที่เกิดทัน Facebook ช่วงตั้งไข่

และมีอาการแบบเดียวกับเจ้าของ SMEs อีกหลายๆ คนที่นัดผมมา, นั่นคือ “ยังมีภาพของ Facebook ยุคแรก”

ยุคที่ Post อะไรไป, คนก็เห็น 100%

ขายของถล่มทลาย

แต่ตอนนี้, อัตราการเห็นเหลือไม่ถึง 1%

ถ้ามีคนตาม 10000, Post ให้ตายก็มีคนเห็นไม่ถึงร้อย !!!

macbook-japan-airlines-glass-keyboard-sake-review-business-class-tokyo-covid19

[ในที่นี้คือ Page ขายของ, อย่าเอาไปเทียบกับ Page สาย Drama หรือการเมืองที่ทำ Content แรงๆ ง่าย]

แต่ปัญหาใหญ่ของคนวัยกลางเก่ากลางใหม่ก็คือ

ทำใจทิ้ง Facebook ไม่ลง

แม้จะเห็นยอดขายและยอด Likes หายไปเรื่อยๆ

ก็ยังพยายามนั่งคิด Content หัวแทบแตกทุกวัน, เพื่อ Post ขึ้นไปแล้วพบว่า

ได้กลับมา 5 Likes

.

.

.

สุดท้ายก็ต้องใช้ “ไม้ตาย”

ยัดเงินให้ FB

บางคนได้ผล, ใส่ไป 500 ได้กลับมา 20

ก็ยังดี

แม้ทุกๆ เช้าจะเหมือนตื่นมาทำงานจ่ายหนี้ให้ Zuckerberg ก็ตาม

Instagram [ซึ่ง Facebook เป็นเจ้าของ] ก็เช่นกัน, ที่ถูกลดยอดการเห็นอย่างหนัก

[The results showed that in April 2019, Instagram user engagement was 1.54% and only three months later was 0.9%]

ตอนนี้ก็เหลือไม่ถึง 1% เช่นเดียวกับ Facebook

ยิ่งสำหรับธุรกิจเล็กๆ ที่ทุกสิ่งมีต้นทุน, ทั้งแง่เงินทอง / แง่พนักงานและแง่ของเวลา

ผมถาม SMEs หลายเจ้าที่เข้ามาปรึกษาว่า

“เริ่มรู้สึกว่า Online กลายเป็นภาระแล้วหรือยัง ?”

.

.

.

เป็นคำถามที่ทำให้หลายๆ คน “อึ้ง”

อาจเพราะไม่เคยนั่งคิดคำนวณออกมาเป็นต้นทุนชัดๆ

หรืออาจเพราะลึกๆ ก็รู้สึกเหมือนกัน, แต่ยังไม่อยากยอมรับความจริง

และคนวัยสามสี่สิบก็เริ่มไม่กล้า

ที่จะย้ายตัวเองไปพื้นที่ใหม่ๆ

facebook-chaiwat-chantasakuldetch-cookiecompany-tim-pitha-bmw-motorrad-bigbike

เช่น YouTube หรือ TikTok

ด้วย 2 เหตุผลหลัก

1. ไม่ถนัดกับรูปแบบของ COntent ที่เปลี่ยนไป, จากภาพนิ่งกลายเป็น Video

2. ไม่รู้ว่าการย้ายครั้งนี้จะ “คุ้มค่าการลงทุน” หรือไม่

ข้อแรกทุกคนเข้าใจ, อาจด้วยเรื่องของวัย

แต่ข้อสองต้องคนทำธุรกิจถึงจะเห็นภาพ

เพราะมันคือการ “ย้ายหนี” จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง, ซึ่งไม่มีใครการันตีได้เลยว่า “แล้วที่ใหม่จะอยู่ได้นานแค่ไหน ?”

สำหรับธุรกิจใหญ่อาจ OK, ถึงอย่างไรก็มีแผนก Digital ที่ต้องจ้างรายเดือนอยู่แล้ว

แต่สำหรับ SMEs, การลงทุนหนึ่งแสนหรือหนึ่งล้านย้ายหนีแล้วเจ๊งซ้ำๆ

ไม่ใช่เรื่องขำ…

พอคิดแบบนี้, ก็ยิ่ง Locked ตัวเองติดกับ Facebook

แต่ละวันตื่นมาด้วยความทุกข์, ว่าจะ Post อะไรดี

และเดือนนี้จะต้องจ่ายเงินอีกเท่าไร

พอถึงบรรทัดนี้, ทุกคนที่นัดปรึกษาผมก็จะถามสิ่งหนึ่งเหมือนๆ กัน

“การันตีได้ไหมว่าถ้าย้ายไป Platform ใหม่ๆ จะไม่เจอเรื่องแบบนี้ ?”

และผมก็ตอบทันทีทุกครั้ง

ว่า

.

.

.

“เจอแน่ๆ !!!”

แต่ถ้าไม่ย้ายตอนนี้

เกิดสุดท้ายต้องย้ายอยู่ดี, ก็เท่ากับย้ายไปตอนที่เขาเริ่มถอนทุน

เหมือนคนที่ไม่ทำ Facebook เมื่อสิบปีก่อน

เพิ่งมาเริ่มตอนนี้

เริ่มในชั่วโมงที่ Zuckerberg เขี้ยวลากดิน

ทุกคนอึ้ง

แต่ยอมรับว่าใช่

ปัจจุบัน, โลก Online มันโหดร้าย

ไม่ได้ “ฟรีทุกอย่าง” เหมือนที่พวกคนไม่เคยทำธุรกิจชอบ Comment กันสนุกสนานตาม Webboard

ย้ายก็ตาย

ไม่ย้ายก็ตาย

พอถึงจุดหนึ่ง, ผมบอกกับหลายๆ คนที่ทำงานด้าน Online ว่า “เราอยู่ในสายที่ตายหนักสุดแล้ว”

เพราะ Online มันออกสิ่งใหม่ๆ มาฆ่าตัวเองทุกวัน

ยิ่ง Covid 19 มา, มันเปลี่ยนทุกสิ่งอย่างจากฟ้าสู่ดิน

และจะไม่มีวันที่จะย้อนกลับไปเป็นเหมือนเก่า

อยู่ที่เรา, ว่าจะเดินหน้าไปกับมัน

หรือยึดติดกับความหลัง

แล้วนั่งด่า Zuckerberg เช้ายันเย็น