Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

ลังเลอยู่หลายที, ว่าจะเขียน Blog นี้ดีไหม…

แต่เผอิญว่าพักหลังๆ, ผมมีงานอดิเรกใหม่อีกอย่างคือการเปิดสัมมนา How to be Blogger [จริงๆ การเขียน Blog นี่ก็เป็น​ “งานอดิเรก” เหมือนกัน] และกว่าครึ่งของผู้เข้าฟังก็คือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อมหรือ SMEs ที่ต้องการจะ “Go Digital”

หลายๆ ครั้ง, ก็จะมีคำถามเกี่ยวกับคำกล่าวเท่ๆ ของ Guru คนนั้นหรือ Quote ของ Online Marketer คนนี้

ว่ามันจริงหรือไม่อย่างไรในโลกธุรกิจยุคใหม่

โดยเฉพาะการตลาดบน Facebook, ที่ทุกวันนี้ถูกลดยอดการมองเห็น [Organic Reaches] ลงอย่างถล่มทลาย !

starbucks-review-emporium-suite-benjasiri-park-macbook-blogger-press-japan

4. คุณก็แค่ต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา !

มันเป็นเรื่องจริง, ที่เราไม่ควรหยุดเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

แต่ในฐานะที่ผมเองก็มีธุรกิจส่วนตัวและเป็น Consultant ให้กับ SMEs, บอกเลยว่าเราไม่มีเวลาจะไปนั่งตาม Algorithm ใหม่เพื่อเอาใจ Zuckerberg ได้ทุกวันอย่างที่นักการตลาดทำเพราะเรายังมีเรื่องอื่นๆ อีกมากมายเช่นการหาสินค้า

พวกเขาอาจมีหน้าที่ศึกษาสิ่งเหล่านี้, เอาไปทำเป็น Report เพื่อรับเงินเดือนจาก Brand / บริษัทหรือ Agency

แต่สำหรับ SMEs, การต้องมานั่งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทุกๆ สองเดือนไม่ใช่เรื่องขำ

เดือนที่แล้วกฏข้อนี้ใช้ได้แต่เดือนนี้ไม่, ส่วนกฏข้อนั้นเคยได้ผลเมื่อวันก่อนแต่เพิ่งยกเลิกกระทันหันไปเมื่อบ่ายๆ

ถ้าต้องคอย Update ตัวเองทุกๆ สองวันเพื่อเอาใจ Zuckerberg, คงไม่ต้องทำงานกันพอดี

facebook-cut-clickbait-engagement-like-share-comment-2018-organic-reach-explore-feed-vote

3. คุณก็แค่ต้องทำ Ad โฆษณาดีๆ หรือ Content เจ๋งๆ ออกมา !

ก็จริงอีกเช่นกัน, ถ้าคุณเป็น Starbucks หรือ BMW

แต่ในการบรรยายรอบล่าสุดของผม, ส่วนใหญ่คนที่มาฟังก็คือ SMEs

อย่าลืมอย่างหนึ่ง, พวก Guru หรือนักการตลาดดังๆ เขาอาจเคยดูแลแต่ Brands ใหญ่

แค่เขวี้ยงแก้ว Starbucks แตกหนึ่งใบใส่กระจกหน้า BMW, คนดูก็เป็นล้านแล้ว

แต่ถ้าสินค้าของคุณคือเครื่องยิงกาว / ปุ๋ยชีวภาพหรือยาเบื่อหนู, ผมก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะทำ “Content เท่ๆ” ให้คนกด Share เป็นพันๆ เดือนละสามสี่ครั้งได้อย่างไร [และต้องไม่ใช่แค่ “Share” แล้วขำแต่ต้อง “สร้างยอดขาย” ให้ได้ด้วย]

หรืออย่างเมื่อปีก่อน, Guru หลายท่านก็แนะนำอีกว่า…

starbucks-thailand-planner-2018-free-how-to-get-review-moleskine-note-macbook-japan

2. คุณก็แค่ทำเนื้อหาเป็น Video !

เพราะปี 2017 คือปีที่ Zuckerberg ให้ความสำคัญกับ Video [เพื่อสู้กับ YouTube ของ Google Inc] และสิ่งที่ Guru พวกนั้นกล่าวก็ “จริง” แต่ก็ย้อนกลับไปข้อ 3, ลูกค้าส่วนใหญ่ของผมคือ “SMEs” ที่เจ้าของเป็นคนวัย 35 – 40 ปีขึ้นไป

การที่อยู่ๆ จะบอกเขาว่า “ทำ Video Content สิ”, มันทำไม่ได้

Brands ใหญ่อาจมีงบสิบล้านที่เจียดมาทำ Video ได้ทันที, มีทั้งคนทั้ง Agency ทั้ง Production House

แต่ SMEs ที่ไม่คุ้นกับ Video อาจต้องไปจ้างคนนอกอีก 2 หมื่นเพื่อตัดต่อ Video หนึ่งอันที่ความยาว 15 นาทีโดยมีใจความหลักนาทีที่ 8 แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครดูเพราะทุกคนกด “ปิด” ตั้งแต่วินาทีที่ 12, สรุปว่า 2 หมื่นบาทสลายกลายเป็นวุ้น

และถ้าเกิดปีหน้า Zuckerberg หันมาสนใจ Virtual Reality, ชีวิตนี้ก็ไม่ต้องทำธุรกิจกันแล้ว

innis-and-gunn-craftbeer-review-scotland-vr-virtual-reality-glass-bar-ar-edinburgh

1. อนาคตอยู่บนโลก Online !

คุณต้อง Go Digital, ไม่อย่างนั้นตายแน่นอน

แต่วันก่อน, ผมเดินผ่านหน้าร้าน “ชอบชา” ที่ขายกาแฟทุกอย่างแก้วละ 30 บาท

คิวยาวข้ามสองตึกแถวไปจนถึงหน้าตลาด, โดยที่ “ชอบชา” แทบจะไม่ได้ทำการตลาดบนโลก Online

มาถึงจุดหนึ่ง, เหมือนทุกธุรกิจถูก “กดดัน” กลายๆ ให้ย้ายตัวเองขึ้นมาบน Blog / YouTube หรือ Social Networks ทั้งที่จริงๆ กลุ่มเป้าหมายอาจไม่ได้มาจากโลก Online และสุดท้ายก็ต้องเสียเงินไปกับการทำ “Content เจ๋งๆ” ที่ลูกค้าไม่ดู

ถ้าเป็นปีก่อนๆ อาจยังจริง, เพราะ Facebook และ Social Network คือ “ของฟรี”

แต่ปัจจุบันไม่, บางคนต้องยกรายได้ที่หามาจากการขายของ Online ให้กับ Zuckerberg เดือนๆ หนึ่ง 90%

facebook-2018-mark-zuckerberg-devil-laugh-facebook-organic-reach-explore-down-feed-how-to

ถ้าใคร [ทน] อ่านได้จนถึงบรรทัดนี้ก็คงรู้ดีว่าผม “เห็นด้วย” กับสิ่งที่บรรดานักการตลาด Online หรือเหล่า Guru เขาพูด [เท่ๆ] ทุกประการแต่เผอิญว่า “วิธี” ของพวกเขามัน “เข้ากันได้กับ Brand ใหญ่”, ไม่ใช่คนค้าขายทั่วไปหรือธุรกิจ SMEs

ถ้าเราเป็นหมาก็อย่าล่าเหยื่ออย่างสิงห์, กินกระต่ายสองตัวก็อิ่มได้โดยไม่ต้องวิ่งไปสู้กับช้าง