Special : สมัครบัตร Amex Platinum วันนี้ฟรีตั๋ว Business Class ไปกลับญี่ปุ่น 2 ที่นั่ง !!! > "Click"

--------------------------

How to be Blogger” ครั้งก่อนสอนอะไรผมมากเหมือนกัน, แม้จะเปิดไม่ค่อยบ่อยและยังทำเป็นงานอดิเรกแต่ก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าส่วนใหญ่คนที่อุตส่าห์สละเวลา​สมัครมาฟังสัมมนาล้วนแต่เป็น “ผู้มีความรู้ [เผลอๆ จะมากกว่าผม]” ทั้งนั้น

อย่างคราวที่แล้วก็มี Blogger ฝรั่งชาวอังกฤษมาฟัง, พร้อมกับล่ามส่วนตัว

และอีกท่านที่เป็นเจ้าของ Digital Agency ปลอมตัวมา [รู้ก็หลังจบสัมมนาแบบตกใจนิดหน่อย]

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมเริ่มสนุกกับสัมมนาก็คือได้ Share กับคนเก่งๆ, ไม่ใช่แค่สาย Online แต่เป็นในทุกธุรกิจ

และ Blog นี้ก็จะขอสรุปสิ่งที่จะเกิดขึ้นในต้นปีหน้า, ซึ่งจะส่งผลต่อบรรดา SMEs และ Brand ต่างๆ อย่างหนักด้วยเช่นกัน

how-to-be-blogger-2018-free-seminar-course-passive-income-segafredo-zanetti-coffee-macbook

8. ยอดคนเห็น [Organic Reach] บน Facebook Fan Page จะลดลงอีก [อย่างมหาศาล]

ล่าสุดอย่างไม่เป็นทางการ, Facebook Inc ก็เพิ่งจะปรับลดยอดคนเห็นบน Fan Page ทั้งหมดลงไปอีกระดับ [จากที่ตอนนี้คนเห็นราว 0.8 – 1.0% ของจำนวนคนกด Like หน้า Fan Page เรา] และ Zuckerberg ยังเตรียมแผนการณ์โหดขึ้นไปอีกขั้น

ด้วยการแยก Post ของ Fan Page ทั้งหมดออกไปจาก Post ของ Friends

บน Facebook Timeline ของเราจะเหลือแต่เรื่องของเพื่อนๆ

ถ้าอยากอ่าน Post ของ Fan Page ไหนก็ต้องไปไล่ Click เอา

ยกเว้นแต่ Fan Page ที่ “จ่ายเงินให้ Zuckerberg” เท่านั้น, จึงจะมีสิทธิ “เด้ง” ขึ้นมาบน Timeline

นโยบายใหม่ที่ว่านี้เริ่มทดสอบแล้วใน 6 ประเทศทั่วโลก, มีแนวโน้มว่าจะนำมาใช้จริงในปี 2018

facebook-test-october-2017-cut-reach-big-major-payment-advert-timeline

7. ราคาการลงโฆษณา Facebook Ad ทั้งหมดก็จะแพงขึ้น

ซึ่งก็คงไม่ต้องบอกว่าทำไม

Brand ใหญ่ปล่อยเขา, แต่ถ้าเราเป็นแค่ SMEs เล็กๆ อาจต้องกุมขมับ

จากเดิมที่ “บางร้านลงโฆษณา”, ต่อไปใครที่ทำธุรกิจ Online อาจต้อง “จ่ายเงินซื้อ Ad กันถ้วนหน้า” เพื่อแย่ง “พื้นที่” อันแสนจำกัด [ซึ่งจริงๆ พื้นที่บนโลก Online นั้นมีแทบจะไม่จำกัดแต่การจัดสรรของทาง Facebook เองที่พยายามบีบมันให้แคบลง]

การลง Ad โฆษณาบน Facebook เริ่มมีลักษณะคล้าย “การประมูล” เข้าไปทุกที

จากเดิมที่จ่าย 20 USD ก็ได้ขึ้นป้าย, ก็เริ่มกลายเป็นต้องจ่ายหนักขึ้นเพื่อชิงที่ติดป้ายจากพ่อค้าร้านอื่นๆ

บาง Brand ใหญ่ๆ ถึงขั้น “ชิน” ไปแล้วกับการจ่ายเงินซื้อ Ad ทันทีที่ Post อะไรสักอย่างลง Fan Page

mark-zuckerberg-graduate-speech-facebook-inc-success-how-to-red-victory-post

6. The Next Facebook is Blog

เป็นเรื่องตลกเพราะก่อนหน้านี้เคยมีการพยากรณ์ว่า Blog จะตายหลังทุกคนหันไปหา Facebook [The Next Blog is Facebook] ซึ่งเป็น Platform ที่ “Free” และมีพลังมหาศาลในการส่งต่อ [Share] แต่ผ่านมาแค่ไม่กี่ปี, คำกล่าวนี้ก็กลับทิศทาง…

ไม่ใช่แค่เรื่องเงินที่ต้องจ่ายให้ Zuckerberg เพิ่มขึ้นทุกวัน, ปัญหาอีกอย่างในการฝากชีวิตไว้กับ Facebook ก็คือ “นโยบาย”

[หรือในเชิง Technical อาจเรียกว่า “Algorithm”]

เราไม่รู้เลยว่าวันดีคืนดี, Zuckerberg จะเปลี่ยนหน้าตา Facebook ไปทางไหนหรือจะลดยอดคนเห็นลงอีกเท่าไร

ในขณะที่ Blog & Website เป็น Platforms ที่ [แทบจะ] แน่นอนตายตัวแล้ว, จดทะเบียนเสร็จก็ชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ของเรา

ผมแทบจะเรียกมันว่าเป็น “อสังหาริมทรัพย์” บนโลก Online เลยก็ว่าได้

iphone-x-thai-review-notch-vs-iphone-8-plus-safari-blogger-how-to-be-seminar

5. Video คือหัวใจของทุกสิ่ง [และใครที่ตัดต่อ Video Clip เป็นก็จะมีรายได้]

เพื่อสู้กับ YouTube ของ Google Inc, Zuckerberg ก็หันมา Focus ที่ Video เช่นกัน

ด้วยวิธีที่ [เหมือนจะ] ง่ายๆ, ถ้า Fan Page ไหนทำ Content เป็น Video ก็จะมีคนเห็นเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 10 เท่าทันที !

[จาก 0.8% เป็น “ตั้ง 8%”, ซาบซึ้งในบุญคุณ Zuckerberg จนน้ำตาไหล…]

แต่ตรงนี้ก็มีเรื่องน่าสนใจ, คือเพื่อนผมที่ทำงานสาย Production House หรือเป็น Freelance ตัดต่อ Video เริ่มมีงานกลับมามากขึ้นเพราะพวก SMEs รายย่อยๆ ไปจนถึงบรรดา Blogger & Influencer บางคนเริ่มมามา “จ้างให้ทำ Content เป็น Video”

คงเพราะคนวัยสามสิบ [เช่นผม] ไม่ค่อยคุ้นเคยกับการทำ Content เป็น Video ด้วยตัวเองแต่มาวันนี้มันจำเป็นต้องทำแล้ว

นี่ยังคิดๆ เลยว่าเปิดเป็น Online Production House รับงานต่อจากพวก Bloggers อีกทีก็ไม่เลว

how-to-iphone-7-plus-red-black-change-plate-front-video-review-ios11-7s-8-limited-edition

4. Blogger เฉพาะสายมีค่าตัวสูงขึ้น

เคยมี Agency หนึ่งโทรถามผมว่า “คุณ Cookie รับ Review ผ้าอ้อมเด็กไหมคะ ?”

และอีกครั้ง, “อยากให้คุณ Cookie ช่วยเขียนถึงปูนซีเมนต์หน่อยครับ”

สินค้าบางอย่างต้องใช้ Blogger / YouTuber / Facebook Influencer เฉพาะสายเท่านั้นจริงๆ เพราะต่อให้ผมรับงาน Review ปูนก็คงไม่มีใครเชื่อ [วันๆ เขียนแต่เรื่อง Backpack & iPhone, อยู่ๆ จะมาบอกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโบกปูน ?]

Blogger เฉพาะสาย [หรือที่บางคนเรียกว่า Micro Influencer] อาจไม่ได้มีพลังถึงขั้นเคลื่อนไหวสังคม

แต่ก็มีผลต่อการตัดสินใจอย่างมหาศาลในคนกลุ่มเล็กๆ, ซึ่ง “เล็กๆ” ที่ว่าก็อาจมีมูลค่าเงินตราหมุนอยู่ในนั้นมหาศาล

สินค้าหลายๆ อย่างในโลกก็ไม่ได้เน้นขายคนทุกคน, แค่ “ขายให้ถูกคน” ก็รวยเกินพอแล้ว

porsche-design-mate-10-pro-review-preorder-price-vs-iphone-x-thai-facebook

3. หมดยุคของการ “ดัง” ขึ้นมาแบบง่ายๆ ลอยๆ

จริงๆ การดังขึ้นมาแบบไม่ตั้งใจอาจยังเป็นไปได้แต่การจะคงความดังนั้นไว้ต่างหาก, ที่ยากสุดๆ

ซึ่งก็ด้วยเหตุผลนานาประการที่เขียนไว้ด้านบน

ผมเห็น Blogger / YouTuber / Instagrammer / Influencer มากมายที่อยู่ๆ ถูก Websites ใหญ่ๆ หรือ Facebook Fan Pages ระดับสมาชิกหลักแสน Shared ไป, แม้จะดังในชั่วคืนแต่พอตื่นก็ถูกโลกลืมเพราะไม่สามารถทำ Content เพื่อดึงคนไว้กับตัวระยะยาวได้

แม้กระทั่ง Fan Page ที่มีทีมงานจริงจังหลายรายก็ “เจ๊ง” ในเวลาอันสั้น

[ลองนึกๆ ดูว่ามี Fan Page ไหนที่เราเคยไปกด Follow เอาไว้ในปีก่อนๆ แต่ตอนนี้หายไปแล้วบ้าง ?]

ส่วน Fanpages หลายอันที่อยู่ยั้งยืนยง, หลายๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเหตุผลทางธุรกิจโดย Agency ใหญ่ๆ ต่างหาก

how-to-be-blogger-no-1-thai-influencer-by-statcounter-english-class-cookiecoffee

Update ไปเรื่อยๆ ระหว่างกินกาแฟเช่นเคย, กรุณากด Refresh